Jump to content


ประกาศย้าย Thaiware Community ไปที่ QA.THAIWARE.COM

ขณะนี้ทางเว็บ Thaiware.com ได้เปิด บริการใหม่ภายใต้หัวข้อ THAIWARE Q&A (ถาม - ตอบ) เมื่อต้นเดือน มกราคม พ.ศ. 2556 (2013) ที่ผ่านมา หากใครมีข้อสงสัย มีคำถามต่างๆ จะสอบถาม เรามีทีมงานที่จะคอยดูแลตอบคำถาม ไขข้อข้องใจตลอดเวลา


สำหรับในหน้า COMMUNITY.THAIWARE.COM นี้เราจะเก็บเอาไว้เป็นคลังกระทู้เก่า เพื่อค้นคว้าหาความรู้ที่เคยพูดคุยกันมา ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งต่อไปโดยจะไม่สามารถตั้งกระทู้ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ ในหน้านี้ได้ ดังนั้นขอเชิญที่ QA.THAIWARE.COM แทน สำหรับสมาชิกเก่าในที่นี้ กรุณาสมัครสมาชิกใหม่อีกครั้งก่อนการใช้งานที่ THAIWARE Q&A (ถาม - ตอบ)


ขอบคุณที่ใช้บริการตลอดมา
ทีมงาน Thaiware.com
หากมีข้อสงสัยติดต่อ 0-2635-0455 ต่อ 4



Photo

คัมภีร์ดับสงบ นิยายกำลังภายในของไทยแวร์


  • Please log in to reply
4 replies to this topic

#1 Somo

Somo

    ^_^ ส้มมะโอ ^_^

  • Forum Moderator
  • 341 posts
  • Gender:Female
  • Location:โตเกียว
  • Interests:โทรศัพท์มือถือ /ไอทีเทคโนโลยี/ ญี่ปุ่น

Posted 14 June 2006 - 01:46 PM

เรื่องนี้เป็นของพี่เก่งค่ะ เป็นสมาชิกเก่าแก่ของที่นี่ และที่ ไทยดาร์คของอาจูน

กระทู้นี้จะเป็นการช่วยกันเขียนต่อนิยายเรื่องนี้ ให้สนุกจนจบ

ถ้าไม่เป็นการรบกวน ขอให้คนที่มาอ่าน ช่วยสละเวลา เขียนต่อให้ซักนิด

ส้มรออ่านนานแล้ว แต่ไม่จบซักที



หวังเป็นอย่างยิ่งว่า คงได้รับความกรุณาจากชาวไทยแวร์ทุกคนค่ะ

ขอเอาเนื้อเรื่องตอนที่มีคนช่วยแต่งไว้มาเล่าก่อนนะคะ

รู้ว่าทุกคนมีฝีมือทางนี้อยู่เหมือนกัน ช่วยหน่อยนะเจ๊า ojigi.gif

มีสมาชิกช่วยเขียนไว้บ้างแล้ว ดังเนื้อความด้านล่างค่ะ 222.gif


................................................................................................................................................
คารวะจอมยุทธทุกท่าน

ข้าน้อย จอมยุทธ เก่ง
ข้าอยู่ที่สำนักแห่งนี้มานานแล้ว ข้าเห็นว่า สำนักแห่งนี้ มีการเปลี่ยนแปลงไปบ้าง
จนทำให้ สำนัก ใน เวลานี้นั้นเงียบเหงานัก .........

ข้าน้อยก็มิอาจทราบได้เช่นกัน ว่าสาเหตุที่ แท้จริงนั้นเป็นเช่นไร

อาจจะเป็นเพราะว่า สำนักอื่นๆไม่สามารถต่อกรได้กับสำนักของพวกท่านเสียแล้ว
จึงไม่มีจอมยุทธหน้าไหน กล้าเข้ามาปั่นป่วนในสำนักนี้อีก

ทุกครั้งที่ข้าน้อย ย่างกรายเข้ามาในสำนัก ถึงแม้จะมีผู้ชำนาญยุทธอยู่มากมาย
แต่ข้ากลับ ไม่สามารถรับรู้ถึงพลังจิตของแต่ละท่านได้เลย

ข้าต้องการให้พวกท่านปรากฏตัว เพราะเวลานี้ สำนักแห่งนี้
ยังไม่ต่างจากบ้านร้างก้มิปาน ข้าคิดว่ามันใกล้เข้าไปทุกทีแล้ว

ตามความคิดที่ข้าได้ตริตรองมาแล้ว เพื่อไม่ให้สำนักแห่งนี้นั้นถูกลืมไปจาก
ความทรงจำของผู้คน

ข้าอยากจะเขียนคัมภีร์สักเล่มขึ้นมา โดยคัมภีร์เล่มนั้น จะต้องมาจากลายมือของผู้ชำนาญ
ยุทธจากสำนักนี้

ส่วนรูปแบบของคัมภีร์ ข้าจะบรรเลงเพลงยุทธ ให้พวกท่านได้ชมเป็นขวัญตา

---------------------
คัมภีร์ ดับสงบ ............

สมัยที่ จอมยุทธทั้งหลาย แข่งกันแย่งชิงความเป็นใหญ่ มีครอบครัวๆนึง ได้ถือกำเนิดขึ้นมา

เช้าวันหนึ่ง แม่นาง "เสี่ยวว่อย" ได้คลอดลูกชายออกมา หนึ่งคน ในช่วงอาทิตย์ขึ้นอย่างสดใส

วันที่ 9 เดือน ยี่ นางได้ตั้งชื่อบุตรของนางว่า " เก้าเหว่ย "

ซึ่ง หลังจากตั้งชื่อเสร็จนางก็ได้เขียนชื่อลูกเอาไว้ ใส่ผ้าสีขาวผืนหนึ่ง แล้วนำผ้าผืนนั้น

ใส่ไว้ในผ้าที่ห่อตัว เก้าเหว่ย ทันใดนั้นเอง ท้องฟ้าก็มืดครึ้มลง เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

มีเสียงฟ้าร้อง บอกลางร้าย และแม่นางเสี่ยวว่อยก็ได้ สิ้นใจ ตรงนั้น โดยปล่อยให้ " เก้าเหว่ย "

อยู่ที่บ้านหลังนั้นเพียงคนเดียว เด้กทารกคนเดียว มิสามารถทำอะไรได้ด้วยตัวเอง

เก้าเหว่ยจะอยู่รอดหรือไม่.....

เสียงร้องของเก้าเหว่ย ที่เรียกหามารดา ช่างฟังดูน่าสงสารยิ่งนัก ......


" โตล่ง " พ่อของเจ้าเหว่ย เป็นทหาร เพิ่งกลับจากการรบ รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี

เป็นห่วงลูกเมีย จึงรีบกลับมาที่บ้านของตัวเอง โตล่งควบม้า มาด้วยความเร็ว เมื่อถึง ทางลงเขา

โตโล่งไม่อาจควบคุมความเร็วของม้าได้ ทั้งโตล่ง และม้า จึงตกเขา กลิ้งลงมาอย่างน่าเวทนา

เมื่อถึงเชิงเขา โตล่งลุกขึ้นมา และรู้ว่าตัวเองยังไม่ตาย เพียงแต่แขนหัก ใช้การไม่ได้

แต่ยังพอเดินไหว จึงรับกลับไปที่บ้านโดยเร็ว

อนิจจา โตล่งสูญเสียภรรยาอันเป็นที่รักไปเสียแล้ว ยอดนักรบผู้มีจิตใจดีงาม

ทำไมจะต้องมาอยู่รอดเช่นนี้ ทำไมคนที่ตาย ไม่ใช่เค้า - โตล่ง มองเห็นลูกชายตัวเอง

แล้วพบว่า แม่นางเสี่ยวว่อย ผู้เป็นภรรยา ได้ตั้งชื่อลูกเอาไว้แล้ว

" เก้าเหว่ย ?? " เจ้าจะอยู่ในหัวใจข้าตลอดไปเสี่ยวว่อย .....................


ข้าจะเลี้ยงดูเจ้าเอง แม้ข้าจะไม่มีแขนก็เถอะ เจ้าต้องโตเป็นบุรุษผู้เก่งกล้าเหมือนกับข้า

และเป็นผู้มีจิตใจดีงาม เหมือนกับแม่ของเจ้า ข้าจะเลี้ยงเจ้าให้ดีที่สุด เก้าเหว่ย
...............................................................................................................................................

เนื่องจากคัมภีร์นี้ ต้องมีผู้ชำนาญยุทธ มาเขียนต่อเท่านั้น หวังว่าพวกท่าน

คงไม่รังเกียจที่จะเขียนคัมภีร์ร่วมไปกับข้า ขอให้รักษารูปแบบของคัมภีร์ ด้วย

ส่วนตัวข้าน้อยเองนั้น ก็จะมาเขียนเพิ่มเรื่อยๆหลังจากที่พวกท่าน ได้เขียนกันไปบ้างแล้ว

ขอให้ใส่จิตวิญญาณ แห่ง ผู้ชำนาญยุทธลงไปด้วย



LekkunG :
15 ปีต่อ ทำไมมันเร้วเยี่ยงนี้

เวลา 15 ที่ผ่าน โตล่ง ได้เสี่ยงสอนวรยุทธ์ อย่างเอาจริงเอาจังให้ เก้าเหว้ย

ลูกของเขาอย่าเองเป็นเอาตาย จากวันที่แม่นาง เสี่ยวว่อย ได้จากเขาไป

ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ โต่ลง ตกมา แขนหัก บัดนี้เขากลายเป้นพิการ

เขามีอาจสู้หน้าจอมยุทธ์ทั้งหลายได้ โต่ลงจึงตัดสินใจสือทอดเพลงยุทธที่เขาคิดคนขึ้นมาเอง

ที่ทำให้ทั่วทั้งยุทธ์จักรต้องกล่าวขานในเพลงยุทธ์ อึ่งกิมกี่ กว่า 15 ปี ที่ เก้าเหว้ย

ได้ได้รับการถ่ายทอดวรยุทธ์จากท่านพ่อ เพื่อที่จะ.....

เพื่อที่จะอะไรละ เก้าเหย้วฝึกวรยุทธ์ไปทำไม เพื่ออะไรติดตามต่อด้านล่าง



Dr.Tune_Niran:

" โจเอี้ยงกี่" อยู่สำนัก "เล่าเต้าฮือ" มีลูกสาวชื่อ "เอี้ยงจุ้ย"

เขาคือหนึ่งในผู้ที่ต้องการคัมภีร์เล่มนี้เช่นกัน

เมื่อ 15 ปีก่อนนั้น..........

"เล่าเต้าฮิอ" บุกเข้าทำลายบ้านของ "โตล่ง" เพื่อค้นหา คัมภีร์เล่มดังกล่าวแต่ไม่พบ

เขาจึงสั่งลูกสมุน "ตั้วเอียงขวา" จับตัวแม่นาง "เสี่ยวว่อย" ที่กำลังอุ้มท้องแก่ใกล้คอลดเต็มที

นางตัวสั่นงันงกด้วยความกลัวยิ่งนัก แต่ก็มิปริปากบอกถึงที่ซ่อนของคัมภีร์เล่มนั้น

"เล่าเต้าฮือ" แค้นใจที่ไม่สามารถบังคับนางให้บอกที่ซ่อนได้ จึงเงื้อดาบฟัน

คมดาบที่ฟาดฟันลงมาถูกเข้ากลางหลังจนนางสลบไป

"เล้าเต้าฮือ" สั่งลูกน้องถอยทัพกลับ และยังสั่งให้เผาทำลายบ้านพักทิ้ง

ประกาศกึกก้องเสียงดังว่า " เมื่อข้าฯไม่ได้คัมภีร์เล่มนั้น ใครมันผู้ใด ก็มิอย่าหวังว่าจะได้ไปเช่นกัน "

เพลิงลุกไหม้บ้านอย่างรุนแรง แม่นาง "เสี่ยวว่อย" ฟื้นจากสลบเพราะพิษคมดาบ

นางมองเห็นไฟ กำลังโหมกระหน่ำ ร้อนแรง นาง พยายามกระเสือกกระสน พาตัวเอง

ออกจากบ้านที่กำลังไหม้ไฟอย่างยากเย็นโดยมิคิดคำนึงถึงร่างกายตน ว่าจะโดนไฟเผาไหม้

นาง "เสี่ยวว่อย" ซมชานไปจนพบกระท่อมใกล้เคียง นางปวดท้องอย่างหนัก

เพราะครรถ์ ครบกำหนดคลอด นางทรมารอย่างมาก แต่กระท่อมนั้นหามีผู้คนใดอยู่ไม่

นางต้องคลอดลูกชายเพียงลำพัง และทิ้งลูกชายเอาไว้ ที่กระท่อมนั้น ด้วยความรักและสุดอาทร

แต่นางจำเป็นต้องทิ้งลูกชายเอาไว้ที่กระท่อมนั้น เพื่อมิให้ ลูกชายต้องเป็นอันตราย

หาก "เล้าเต้าฮือ" รู้ว่านางยังไม่ตาย ก็จะตามฆ่านางเพื่อช่วงชิง คัมภีร์เล่มนั้น

และบุตรชายของนางจะเป็นอันตรายได้ นางตัดสินใจ วางลูกน้อยลงจากอก

และหันหลังวิ่งออกไปจากกระท่อม เข้าไปยังป่ารก อย่างไม่คิดชีวิต นางวิ่งๆๆๆ ไป

จนสดุดลัมและนางสลบไปจนไม่รู้สึกตัวอีกเลย ............

เรื่องราวของคัมภีร์จะเป็นเช่นไรต่อไป

รออ่านต่อคนข้างล่างต่อไป ........


เก่งคุง:
" โตล่ง " ได้นำ " เก้าเหว่ย " มาเลี้ยงที่หุบเขา " ซานจ้าว " โดยพักอยู่กับคุณยายท่านหนึ่ง

คุณยาย " เกียวซ่าน " เป็นผู้ดูแลความเป็นอยู่ของเก้าเหว่ย สอนเก้าเหว่ยให้เป็นคนดี

ส่วนโตล่งเป็นทหารก็ต้องไปทำงานที่ในแคว้น ตามปกติ ถึงแม้ว่าแขนจะใช้การไม่ได้

แต่โตล่งก็ได้ไปเป็นทหารเสนารักษ์เพราะว่ามีความดีความชอบอยู่มาก อีกไม่นาน

จึงจะได้ออกจากราชการทหาร พอกลับมาจากการงาน โตล่งก้ได้ สอนวิทยายุทธกับลูกชาย

ทำให้เก้าเหว่ยเก่งกล้าด้านกำลัง ส่วนคุณยายเกียวซ่าน ได้สอนถึงเรื่องทางด้านจิตใจ

......... เป็นแบบนี้มาตลอดจนเก้าเหว่ยเติบโตขึ้น ได้อายุ 15 ปี

มีอยู่วันหนึ่ง เก้าเหว่ย ได้เอ่ยปาก สนทนากับบิดาของตนเอง

" ท่านพ่อ ..... ท่านแม่อยู่ที่ไหน "

" แม่ของเจ้า ตายไปตั้งแต่เจ้าเกิดแล้วล่ะ " โตล่งน้ำตาคลอเล็กน้อย

" ท่านแม่ ตายเพราะเหตุใด " เก้าเหว่ยก็เช่นเดียวกัน ร้องไห้ดังเช่นเด็กเลย

" ข้าเพิ่งกลับมาจากไปรบ ช่วงเวลาที่ข้าไปรบ แม่ของเจ้าก็ได้ให้กำเนิดเจ้าพอดี

แต่ข้า สังหรณ์ใจไม่ดีบางอย่าง ข้าจึงรับกลับมา แต่เมื่อข้ากลับมาถึง ข้าก็มารู้

ว่ามันสายไปเสียแล้ว " โตล่งเล่าถึงเหตุการณ์วันนั้น

" แล้วแขนของท่านพ่อ เหตุใดจึงเป็นเยี่ยงนี้ " เก้าเหว่ยมองดูพ่อตัวเองอย่างสงสาร

" ข้าตกม้า และล้มลงบริเวณเขาลูกหนึ่ง ขณะที่ข้ากำลังรีบกลับมาหาเจ้าและแม่ของเจ้านั่นแหละ"

" ข้าคิดถึงแม่ของข้า ........... ท่านพ่อ " เก้าเหว่ยพูดทั้งน้ำตา

" ข้าก็คิดถึงเช่นกัน เสี่ยวว่อย จะอยู่ในใจของพวกเราตลอดไป เจ้าจงรักแม่ของเจ้าให้มากที่สุด "

.........................

" ตอนนี้ข้าพร้อมแล้วที่จะออกไปสู่ยุทธจักร ....... ให้ข้าไปรบด้วยนะท่านพ่อ " เก้าเหว่ยพูดกับบิดา

" ไม่ได้ !! เจ้ายังเด็กเกินไป ยังต้องฝึกอีกมาก เมื่อถึงเวลานั้น ข้าจะพาเจ้าออกไปเอง "

" ขอรับท่านพ่อ "

" เอาละ ตอนนี้เจ้าเตรียมร่างกายไว้ให้พร้อมนะ ในเดือนหน้า

ข้าจะ พาเจ้าไปฝึกวิชาสุดท้ายที่ข้าอยากจะให้เจ้าฝึก"

" วิชาอันใดรึท่านพ่อ "

" 7 ทิศปราบมาร!!!!! " โตล่งได้ตวาดเสียงดัง จนเก้าเหว่ยต้องตกใจ

จนเก้าเหว่ยรับถึงพลังจิตนั้นได้ทันที

" ท่านพ่อ ................ วิชานี่ " ............

" เป็นวิชาที่ให้ทหารระดับหน้าทัพ ฝึกกัน เพื่อใช้ปราบศัตรู ผู้ที่จะใช้วิชานี้ได้

จะต้องมีจิตใจที่กล้าแข็งมาก "

" ข้า จะฝึกได้ไหม ท่านพ่อ "

" ตอนนี้เจ้ายังฝึกไม่ได้ จิตใจของเจ้ายังอ่อนแอยิ่งนัก เจ้ายังเด็กอยู่มาก ลูกเอ๋ย "

" ข้าเชื่อฟังท่านเสมอ ท่านพ่อ ข้าอยากรู้ว่า 7 ทิศปราบมารเป็นอย่างไร "

" 7 ทิศปราบมารเป็นวิชาที่ถูกถ่ายทอดมาเป็นรุ่นต่อรุ่น แม่ทัพใหญ่ในสมัยก่อน ได้ไปฝึกเอาไว้

และสืบทอดวิชาต่อกันมา โดยแต่ละวิชานั้น เจ้าจะต้อง ฝึกเพียงครั้งเดียว และ จะต้องผ่านทุกครั้ง

เป็นขั้นๆไป การฝึกวิชา 7 ทิศปราบมารจึงจะสำเร็จ แล้วเจ้าจะได้เป็น

ยอดจอมยุทธผู้หนึ่งในยุทธจักร "


โตล่งได้เล่ารายละเอียดต่อ

" 7 ทิศปราบมารเป็นวิชาที่มี 7 ศาสตร์ประกอบเข้าด้วยกัน สามารถใช้ปราบผู้มีจิตใจชั่วร้ายได้

ดาบฟ้าแห่งธรณี
วารีแห่งอภัยทาน
ลมปราณแห่งอัสดง
ร่างทรงแห่งดวงจันทร์
เวทยันตร์แห่งเทวา
ดวงตาแห่งทิศใต้
และ เปลวไฟบรรลัยกัลป์

เจ้าจะต้องฝึกวิชานี้ให้ได้ เพื่อจะได้เติบโตเป็นผู้แข็งแกร่งนะ เก้าเหว่ย "


Dr.Tune_Niran :
เก้าเหว่ย เพียรฝึก วิทยายุทธอย่างหนัก ไม่เป็นอันจะกินจะนอน ไม่ว่าฝนฟ้าแดดจะออก

ลมจะพัด พายุจะมา สึนามิจะถล่มอย่างไรก็ไม่หวั่น ยังคงตั้งหน้าตั้งตาฝึกอย่างเอาเป็นเอาตาย


Oasis :
หลังจากที่ใช้เวลาฝึกนานถึง 9 ปี ในที่สุดเขาก็ฝึกเกือบจะสำเร็จเเล้ว

เเต่ยังเหลือการฝึกสุดท้ายนั่นก็คือ............

วิชา " กระบี่ สึนามิถล่มมาร " ถือเป็นสุดยอดวิทยายุทธ ที่ใครก็มิอาจหลีกเลี่ยงได้

หากโดนเข้าไป เป็นถล่มทลายไม่เหลือซาก เพราะเหตุนี้ จอมมาร " โจเอี้ยงกี่"

ต้องการเป็นยิ่งนัก เพื่อให้ตัวเองมีอำนาจ ปกครองท้องที่ สามภูมิภาคตอนล่างที่เขาครอบครองอยู่

ให้มีอำนาจมากขึ้น จนไม่มีใครอาจหาญมาต่อกรได้ ... วิชานี้ ต้องการการร่วมพลังใจ

จากผู้ที่มีอำนาจอันบริสุทธ์ ที่ต้องประกอบด้วยความเมตตาธรรมของฝ่ายหนึ่ง บวกกับ

ความเข้มแข็งของจิตใจของผู้ฝึก เพื่อให้พลังเป็นหนึ่งเดียวจึงจะประสพผลสำเร็จลงได้

" พ่อท่าน " เก้าเหว่ย เอ่ยเรียกชายชรา นาม " โตล่ง "

" ข้ามิอาจฝึกวิทยายุทธบทนี้ได้สำเร็จเลย ไม่ว่าข้าจะเพียรพยายามอย่างไร "

" ไม่เป็นไร ลูกข้า วิชาที่เจ้าเพียรฝึกมาจนเกือบจบครบคัมภีร์ทั้งเล่มนี้

ก็ไม่มีใครบังอาจต่อกรกับเจ้าได้แล้ว " โตล่งเอ่ย

" พ่อว่าเจ้า หยุดพักการฝึกครั้งนี้เอาไว้ก่อน และจงเดินทางเข้าเมืองเพื่อสอบเข้าเป็น

ทหารรับใช้ชาติบ้านเมือง เพื่อเจ้าจะได้ใช้สิ่งที่เจ้าร่ำเรียนมา เพื่อประโยชน์สงบสุขของประชาชน "

" พ่อท่าน ข้าจะออกเดินทาง เข้าสู่วังหลวง ให้เร็วที่สุด เท่าที่ข้าจะทำได้ " เก้าเหว่ย รับคำ

........................... เส้นทาง สู่ความสำเร็จ ........................

เก้าเหว่ย ออกเดินทางลงจากหุบเขา มุ่งสู่เมืองหลวง ลงไปทางใต้ของหุบเขา

" แสงแดดยามเช้า สีทอง ช่างงดงามจริงๆ " เก้าเหว่ยรำพึง

" พ่อท่าน ข้าจะทำการนี้ให้สำเร็จ และข้าจะแก้แค้นแทน แม่ข้า ที่ถูกจอมมารกระทำอย่างโหดร้าย

ทารุณให้จงได้ "

เก้าเหว่ย หันหลังกลับไปมองบ้านหลังน้อยเชิงเขาอีกครั้ง ซึ่งมีชายผู้พ่อ ยืนโบกมือให้อย่างอ่อนโยน


สำนัก "เล่าเต้าฮือ" ......

ภาพงานเลี้ยง กำลังสนุก มีการร่ำสุราอาหาร และการแสดงอันงดงาม เพื่อฉลองสู่ความ

เป็นสาวเต็มตัว ของลูกสาว เจ้าสำนัก พร้อมกับวันครบรอบการก่อตั้งสำนักนี้ครบ 50 ปี

" เฮ้ .... ขอเหล้าอีกไห .. " โจเอี้ยงกี่ หันไปสั่งลูกน้อง ด้วยอาการเมามายนารีล้อมข้าง

" นี่ครับนายท่าน " ลูกน้องสุนัขรับใช้ ส่งไหเหล้าให้นายอย่างนอบน้อม

" ฮ่า ๆๆ วันนี้ ข้าสนุกจริงๆ ยินดีด้วยนะลูกสาวข้า เจ้าก็เป็นสาวเต็มตัวเสียที "

" ข้าฯ ก็ขอให้พ่อท่าน จงมีอายุหมื่นๆปี และเป็นที่เกรงขามของชนทั่วไปตลอดกาล "

แม่นาง "เอี้ยงจุ้ย" เอ่ย

ในใจ แม้นางจะไม่ค่อยชอบต่อการกระทำของบิดาของนางเท่าไรนัก แต่นางก็มิอาจขัดขืน

ต่อผู้เป็นบิดาได้ ตลอดที่นางเติบโตมาในสำนักแห่งนี้ นางเห็นการกระทำอันอำมหิตของ

ผู้เป็นบิดามาตลอดเวลา

และแล้วอยู่ๆ ขณะที่งานเลี้ยงกำลังดำนินไปด้วยความครื้นเครง พายุฝนฟ้า

ก็พัดกระหน่ำลงมาอย่างไม่มีใครคาดถึง

" เปรี้ยง ...." สายฟ้า ผ่าลงมาที่ป้ายของสำนัก จนเกิดไฟลุกไหม้ขึ้น ทุกคนต่างตกใจ ....

โปรดติดตามตอนต่อไป จากผู้ประพันธ์ท่านล่างครับ



ส้มโอ:

ครั้นรุ่งขึ้น...

ณ.สำนัก เล่าต้าฮือ มีเหล่าบุรุษมากหน้าหลายตาจากทั่วแผ่นดินทั้งชาวจีนและชาวต่างชาติ

ทั้งเศรษฐีและจอมยุทธทั้งหลายมาชุมนุมกัน เพราะวันนี้

มีการจัดงานประลองยุทธของ เฒ่าโหดสาระพัดพิษ โจเอี๊ยงกี่ นั่นเอง เป็นที่ร่ำลือกันว่า

เอี้ยงจุ๊ย บุตรสาวของเฒ่าโหดผู้นี้งามยิ่งนัก เป็นที่หมายปองของบรรดา ชายหลุ่มทั่วหล้า

เฒ่าโหด โจเอี๊ยงกี่ ได้กำหนดให้ผู้ที่ชนะ การประลองครั้งนี้ ได้ลูกสาวของตนไปเป็นภรรยา

และยังจะมอบตำแหน่ง ประมุข พรรค เล่าต้าฮือ คนต่อไปให้อีกด้วย


ถายในสำนักเล่าต้าฮือ

" ท่านพ่อ ข้ามมิอาจแต่งงานกับชายที่ข้ามิได้รักได้ ถ้าท่านดึงดันจะทำเช่นนั้น ข้าจะฆ่าตัวตาย "

เอี๊ยงจุ๊ย กล่าวพร้อมกับจับมีดปอกผลไม้จ่อที่คอของตน ข้ารับใช้ทั้งหลาย มีสีหน้าซืดเผือด

เกรงว่านางจะพลาดพลั้งโดนมีดกรีดคอเข้าจึงมิมีผู้ใดกล้าเข้าไปห้ามนาง โจเอี๊ยงกี่หัวเราะเบาๆ

พร้อมกับ.........ใช้วิชาไร้รูป หายตัวเข้าไปเบื้องหลังของบุตรสาว แล้วจับมีดออกมาอย่างง่ายดาย


อ่านต่อข้างล่างเลยค่ะ อิอิ


ส้มโอ:
" เจ้าโตแล้วนะ เจ้ายังไม่เข้าใจพ่ออีกรึ " โจเอี๊ยงกี่ พูดพร้อมกับหัวเราะเบาๆ

" ท่านพ่อเคยคิดถึงจิตใจลูกบ้างมั้ย ที่ลูกต้องแต่งงานกับชายที่ลูกมิได้รักน่ะ" เอี๊ยงจุ๊ย ปล่อยโฮออกมา

" ข้าทำเพื่อเจ้านะ เอานางไปที่ห้องแต่งตัวเดี๋ยวนี้ " เฒ่าโหด ตวาดใส่คนรับใช้ทั้งหลาย

จนทุกคนต้องรีบมาพา เอี๊ยงจุ๊ย ไปที่ห้องแต่งตัว

" รีบๆจับนางแต่งตัวให้งดงามนะ แขกเหรื่อมาเยอะแยะ ข้าต้องไปต้อนรับล่ะ"

" ท่านพ่อบ้า ลูกไม่ยอมหรอก ไม่ยอมมมมมมมม " แต่นางก้อสู้แรงพวกนางกำนัลมิได้

จึงจำใจต้องไป


ณ. ห้องรับแขก ของสำนักเล่าต้าฮือ

" โอ..ท่านอ๋องต้วน ต้องขออภัยท่านด้วยที่ข้ามิได้ออกมาต้อนรับท่านด้วยตนเอง ขอท่านโปรดอภัย "

ชายชรา หน้าตาขี้โกงมากได้ลุกเดินมาหา เค้าก้อคือ ต้วนอ๋อง ขุนนางชั่วแห่งราชวงเช็งนั่นเอง

" ไม่เป็นไร ข้ามิได้ถือสา หึหึ ว่าแต่ ลูกสาวเจ้าล่ะ หายไปใหนซะล่ะ ไม่เห็นหน้าเลย "

พูดพร้อมกับลูบเคราแพะน่าเกลียด

" ไม่ต้องห่วงหรอกท่าน นางแต่งตัวอยู่ ข้าว่าเราไปที่รับสมัครการประลองกันเถอะ เชิญ ท่านอ๋อง "


Dr.Tune_Niran :
มารพยากรณ์ นาม " เดามั่วเซ็ง " ครุ่นคิดคำนวนอยู่ห่างๆข้างๆ

แล้วเขาก้มลงกระซิบข้างหู จอมมาร " โจเอี้ยงกี่" ว่า

" ท่านเจ้าสำนัก ข้าฯเกรงว่า เราจะมีเรื่องร้ายปรากฏขึ้นต่อบังลังของท่าน "

" เยี่ยงใด รึ ? " จอมมารมีสีหน้าแปลกใจ

" ท่านจำวันงานเลี้ยงฉลองคืนที่ฝนฃนมาตกได้หรือไม่ล่ะ ฟ้าได้อาจเอื้อม ผ่าลงป้ายสำนัก "

เดามั่วเซ็ง กล่าว

จอมมารครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่ และเอ่ยปากว่า " ท่านคิดมากเกินไปหรือเปล่าท่าน เดามั่วเซ็ง "

" ข้าฯ ก็มิเห็นว่าจะมีอะไร มาหยุดยั้งความมีอำนาจของข้าฯลงได้เลยนี่นา "

พลางกวาดสายตามองดูเหล่าจอมยุทธ ที่จะถูกคัดเลือกให้เข้ามาเป็นคู่กับลูกสาวของตน

" บุรุษเหล่านี้ ก็ยังฝีมือด้ออยนัก คิดอาจหาญจะมาประทะกับข้าฯได้เชียว ฤา .."

จอมมารพูดอย่างกระหยิ่มใจ

การประทะฝีมือ เริ่มขึ้น ...................................


ช้าก่อน เจ้าสำนักเอี๊ยง

" เจ้าลูกชายข้าน่ะสิ รบเร้าจะเข้าร่วมประลองให้ได้ 555 หวังว่าท่านคงไม่รังเกียจนะ55555 "

อ๋องต้วนหัวเราะชอบใจ

" หามิได้ท่านอ๋อง ข้าเพียงทำตามกฎเท่านั้นเอง

มิเช่นนั้นข้าจะยกลูกสาวให้ลูกชายท่านเสียเดี๋ยวนี้เลยก๊ได้5555 "

" ข้าขอคารวะ ท่านลุงเอี๊ยง " ชายหนุ่มหน้าตาสำอางค์กล่าวทักทาย โจเอี๊ยงกี่

" อ้าว..อาเยิ่ยง เจ้าเรียกข้าว่าพ่อก็ได้นะ เพราะยังงัยซะ เจ้าก็ชนะการประลองครั้งนี้อยู่ดี5555 "

ชายหนุ่มผู้นั้นคือ ต้วนเยี่ยง บุตรชายของ อ๋องต้วนนั่นเอง

" ดูท่าทางเจ้าจะมั่นใจในตัวลูกชายข้ามากเลยนะ โจเอี๊ยงกี่ 5555 "

อ๋องต้วนเดินไปพลางลูบเคราไปพลาง

" ก้อ เค้าเป็นศิษย์เอกของข้านี่55555

ที่ข้าจัดการประลองครั้งนี้มิใช่เพื่อการใดหรอกท่านก้อรู้นี่55555 "

" เจ้านี่ สมเป็นเจ้าสำนักจริงๆ ที่คิดวิธีนี้เพื่อจะลองวิชาใหม่ที่เจ้าคิดค้นขึ้นมา สมฉายาจริงๆ555 "

ทั้งสามเดินหัวเราะและเดินไปสู่ลานประลอง....


ส้มโอ:

ภายในห้องแต่งตัว

เอี๊ยงจุ๊ย ดรุณีสาวได้ปรึกษากับ ฉี่เฉียงเฉียง นางรับใช้คนสนิทที่สุดที่เล่นด้วยกันมา

ตั้งแต่เด็ก กินนมจากแม่นมคนเดียวกัน จึงเข้าใจแลัรักกันเป็นอย่างมาก

" คุณหนู ข้าจะปลอมตัวเป็นท่านเองท่านหนีไปเถอะ

" ฉี่เฉียงเฉียง พูดด้วยน้ำเสียงคล้ายจะร้องไห้

" ถ้าข้าทำเช่นนั้น เจ้าจะแย่นะ เอาล่ะข้าจะจับเจ้ามัดไว้นะ

แล้วบอกท่านพ่อว่าข้าจับเจ้ามัดแล้วหนีไปนะ"

" แล้วคุณหนูจะไปที่ใหนคะ"

" ไปที่ใหนก็ได้ที่ไม่ใช่ที่นี่ " เอี๊ยงจุ๊ยกล่าวด้วยความคับแค้นใจ

เมื่อคิดได้ดังนั้น นางจึงเก็บข้าวของ และ มัดฉี่เฉียงเฉียง ไว้แล้วแอบหนีไปทางหน้าต่าง

วิชาตัวเบาของนางจัดอยู่ในระดับแนวหน้าของยุทธภพเหมือนกัน

เพราะบิดาของนางฝึกวิชาให้นางไว้ป้องกันตัว

แต่นางไม่ยอมฝึกวิชาใดเลยนอกจาก วิชาตัวเบา จึงเป็นเลิศทางด้านนี้


เอ้า ใครเขียนต่อให้หน่อย 222.gif

#2 Econo16b

Econo16b

    + + มั ง ก ร ห ย ก + +

  • Exclusive Members
  • PipPipPipPip
  • 446 posts

Posted 02 July 2006 - 06:22 PM

ต่อ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

24.jpg

Attached Images

  • turn01.jpg

Edited by kinderland, 02 July 2006 - 08:39 PM.

ทำใจกับ แอดมิดชั่น ปีนี้แล้วค้าบ

#3 Goodflyday

Goodflyday

    เพื่อนไทยแวร์ :)

  • Gold Members
  • PipPip
  • 85 posts
  • Gender:Male

Posted 07 July 2006 - 06:48 PM

ต่อ ๆ ๆ 16.jpg
.......................................


……… อีกไม่เกิน สิบลี้ เก้าเหว่ยก็จะเดินทางถึงตัวเมืองหลวง ซึ่งระหว่างทางลงจากหุบเขา จะต้องผ่านหมู่บ้านเล็ก ๆอีก 2 –3 แห่ง ชายหนุ่มจึงตัดสินใจว่าควรจะหยุดพักที่หมู่บ้านข้างหน้าเพื่อขอซื้อเสบียงเพิ่มสักเล็กน้อย

เก้าเหว่ยเดินทางไปพลางชื่นชมธรรมชาติอันงดงานอย่างสำราญใจ แต่ทันใดนั้นเอง ชายหนุ่มได้ยินเสียงฝีเท้าและเสียงอาวุธกระทบกันจำนวนมากมาจากระยะ ไกลกำลังใกล้เข้ามาทุกที ด้วยการฝึกฝนจากบิดา เก้าเหว่ยจึงเร่งพลังลมปราณและสมาธิเพื่อจำแนกเสียงเหล่านั้นให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

“……มีเสียงฝีเท้าหนักจากผู้คนประมาณ 8 – 10 คน และอีกหนึ่งฝีเท้าเบา คาดว่าคนสุดท้ายนี้จักต้องมีวิชาตัวเบาที่เป็นเลิศแน่นอน……….” เก้าเหว่ยรำพึงในใจ

เก้าเหว่ยตัดสินใจหลบเข้าข้างทางเฝ้ามองอยู่ห่าง ๆ เพราะถ้า คนกลุ่มนั้นไม่ใช่คนของทางการตามจับคนร้ายละก็ คนประมาณ 10 คนไล่ตามคน ๆ เดียว อาจจะเป็นใครสักคนถูกโจรภูเขารุมปล้นชิงทรัพย์เป็นแน่ และถ้าเป็นอย่างหลังชายหนุ่มไม่สามารถอยู่เฉยโดยไม่ช่วยเหลือได้ เพราะ 9 ปีที่ฝึกวิชา โตล่งผู้พ่อสั่งสอนเสมอว่า “ การฝึกวิชาจนได้เป็นจ้าวยุทธหาใช่ยอดคน แต่ยอดคนจักใช้วิชาที่มีช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก และตอบแทนบ้านเมืองต่างหาก “

และก็จริงดั่งคาด คนกลุ่มนั้นล้วนมิได้สวมเครื่องแบบของทางการ มาหยุดห่างจากจุกที่เก้าเหว่ยซ่อนตัวอยู่ไม่เกิน 100 หลา เก้าเหว่ยนับคนกลุ่มนั้นได้ 9 คนมิใช่ 10 ตามที่กะไว้แต่แรก แต่ละคนสวมชุดดำ ถือกระบี่คนละเล่ม แต่คนที่อยู่ตรงกลางโพกหัวด้วยผ้าสีเหลือง ร่างกายสูงใหญ่ หน้าตาเหี้ยมโหดและดูหื่นกามพิกล คาดว่าคน ๆ นี้คงเป็นหัวหน้ากลุ่ม

“ แยกย้ายกันตาม !!! รอยเลือดหายเข้าไปในป่า คงอยู่แถวนี้แหละ โดนเข็มพิษของข้าเข้าไป คงไปไหนได้ไม่ไกล ฮ่า ๆ ๆ !!! “ หัวหน้าโจรสั่ง

นับเป็นโอกาสเหมาะ เพราะเก้าเหว่ยเพิ่งได้ออกท่องยุทธภพเป็นครั้งแรก ยังไม่มั่นใจในฝีมือตนเองนักหากต้องประมือกับคนเก้าคนพร้อม ๆ กัน เก้าเหว่ยนึกถึงคำสอนของบิดาขึ้นมา ซึ่งมักจะสอนเก้าเหว่ยเสมอ ๆ ว่า “ ปัญญาคือกระบี่ที่คมที่สุด ที่เจ้ามีติดตัวอยู่ตลอดเวลา “

เก้าเหว่ยจัดการกลุ่มคนชุดดำ ที่แยกย้ายกันทีละคน ๆ โดยไร้ซุมเสียงและง่ายดาย การลงมือทุกครั้งเก้าเหว่ยจงใจเพียงแค่ให้อีกฝ่ายเพียงหมดสติเท่านั้น จนครบแปดคน เก้าเหว่ยจึงออกไปพบกับหัวหน้ากลุ่มโจร

“ ข้าพเจ้ามีนามว่าเก้าเหว่ย ไม่ทราบพี่ชายหน้าหื่นมีนามว่ากระไร !!! “

“ !!!!!!!!! “ “ ข้ามีนามว่าอะไร มันไปหนักส่วนไหนของบิดาเจ้าฟระ
emo1195.gif !!!! “

“ อ้าว……….ไอ้เวร………. 0015.gif “ เก้าเหว่ยรำพึงในใจ และกัดฟันตอบไปว่า….

“ พี่ชายไม่ละอายหรือไร 9 คนรุมคน ๆ เดียว แถมยังใช้วิธีสกปรกอีก !!!! “

“ งั้นข้าจะรวมเจ้าไปอีกคนละกัน !!! เฮ้ย !!! เด็ก ๆ กินโต๊ะ เว้ย !!!!! 28.jpg “

------------------------------------ เงียบ ------------------------------------------


“ พี่ชาย ตอนนี้เหลือแค่ข้ากะท่าน แค่นั้นเอง พวกของท่านข้าจัดการไปหมดแล้ว หากท่านบอกมาว่าคนที่ท่านตามมีความผิดเยี่ยงใด ข้าจะให้โอกาสท่านไปแจ้งทางการมาจับตัวมันไปดำเนินคดี แต่ข้าจะไม่ยอมให้ท่านใช้พวกมากมารังแกคนไม่มีทางสู้เด็ดขาด “ เก้าเหว่ยกล่าว

ชายโพกผ้าเหลืองหน้าถอดสี รีบก้มลงคุกเข่าคารวะเก้าเหว่ยทันที….

“ ไว้ชีวิตข้าน้อยด้วย !! ข้าน้อยเป็นแค่โจรกระจอก ดีแต่ปล้น ฆ่า ข่มขืน และทำหน้าหื่นไปวัน ๆ ข้าสำนึกผิดแล้ว ยกโทษให้ข้าด้วย 13.jpg !!! “

“ ตกลง “ เก้าเหว่ยยอมรามือโดยง่ายเพราะมีใจที่บริสุทธิ์ จึงเชื่อคนง่าย ทันทีที่เก้าเหว่ย กำลังกลับหลังหัน ชายโพกผ้าเหลืองสบโอกาศ ชักที่เป่าลูกดอกอาบยาพิษเตรียมจะเป่าใส่เก้าเหว่ย

“ ระวัง !!!!!!!!!!! “ เสียงของบุคคลที่สามดังขึ้น ร้องเตือนเก้าเหว่ย

ลูกดอกถูกเป่าออกไปแล้ว เพียงเสี้ยววินาทีที่เก้าเหว่ยได้ยินเสียงเตือน จึงใช้วิชาตัวเบากระโดดตีลังกาลอยไปข้างหลังของ โจรชั่ว หลบลูกดอกไปได้เฉียดฉิว เก้าเหว่ยรวบรวมลมปราณไว้ที่ฝ่ามือแล้วตบไปที่กบาลด้านหลังของโจรชั่วหื่นกามแบบเต็ม ๆ

เปรี้ยงงงงงงงงงงง !!!!!!!!!!

ไม่อาจทราบได้ว่าโจรชั่วสลบไปตั้งแต่โดนฝ่ามือตบกบาลหรือ สลบตอนที่หัวกระแทกพื้น เท่าที่เห็นคือโจรชั่งนอนคว่ำหน้าลงไปกับพื้น แล้วไม่ลุกขึ้นมาอีกเลย……………

เก้าเหว่ยมองเห็นเจ้าของเสียงที่ร้องเตือน เป็นชายหนุ่ม สวมชุดบัณฑิต สีเขียว ร่างกายผอมบางสะโอดสะอง มีผิวกายงดงามกว่าที่บุรุษพึงมี มีริ้วหนวดเล็ก ๆ เหนือมุมปากอันเรียวบาง นัยน์ตากลมโต เมื่อเห็นบัณฑิตหนุ่มมีท่าทางอันอิดโรยจากพิษจึงได้สติ เอายาถอนพิษในอกเสื้อของโจรชั่ว มาให้บัณฑิตหนุ่มกิน

“ ขอบคุณพี่ชายมากที่ช่วยชีวิตข้า ท่านมีนามว่ากระไร “ บัณฑิตหนุ่มถาม

“ ข้ามีนามว่าเก้าเหว่ย น้องชายท่านมีนามว่ากระไร “

“ ข้ามีนามว่า เอี้ยงจุ้…. เอ่อ …ขออภัย ข้ามีนามว่า เอี้ยงหลง “ เอี้ยงจุ้ยตอบ


.....................................................................................

เชญท่านต่อไปมาต่อ ............... cute_032.gif
.....................คนเราชั่วเจ็ดที ดีเจ็ดหน......................

เป็นการยากที่จะระบุได้ว่า บนโลกนี้ใครเป็นคนดีหรือคนเลว


QUOTE
หากมีปัญหากรอกใบสมัครภาษาอังกฤษ เชิญที่นี่เลย....กดครับ !!!

#4 jojogiggog

jojogiggog

    เพื่อนไทยแวร์ :)

  • Silver Members
  • PipPip
  • 75 posts
  • Gender:Male

Posted 05 August 2006 - 02:31 PM

QUOTE
“ ข้ามีนามว่า เอี้ยงจุ้…. เอ่อ …ขออภัย ข้ามีนามว่า เอี้ยงหลง “ เอี้ยงจุ้ยตอบ

(แล้วทำหน้า 29.jpg )
เก่าแต่ไม่แก่

#5 shaman

shaman

    เพื่อนไทยแวร์ :)

  • Silver Members
  • PipPip
  • 63 posts

Posted 31 October 2006 - 06:46 PM

มาอ่านครับ ไม่กล้าต่อ เด้วเสีย 7.jpg g.jpg 5.jpg 18.jpg 20.jpg 31.jpg loklak.jpg 011.jpg 014.jpg 013.jpg 016.jpg gan.gif




0 user(s) are reading this topic

0 members, 0 guests, 0 anonymous users

ประกาศ ! : ข้อความที่ถูกพิมพ์ หรือเผยแพร่ออกจากเว็บบอร์ด Thaiware Community Board แห่งนี้ ถือเป็น ความคิดเห็นส่วนบุคคลทั้งสิ้น ซึ่งทางเว็บไซต์ Thaiware.com จะ ไม่รับผิดชอบ ต่อสิ่งที่เกิดขึ้น อันเป็นเหตุมาจากการพิมพ์จากทางผู้ใช้ และสมาชิก แต่อย่างไรก็ตามถ้าหาก ท่านใดพบ ข้อความที่เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม ได้ถูกเผยแพร่ลงในเว็บไซต์ อาทิเช่น คำพูดที่ลบหลู่ ดูหมิ่นต่อ ความมั่นคงของชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย์ รวมไปถึงการเผยแพร่รูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ สิ่งผิดกฏหมายต่างๆ กรุณาแจ้ง ทางทีมงาน มาได้ที่ webmaster@thaiware.com หรือ โทรศัพท์มาแจ้งได้ที่ 0-2635-0744 (ทุกวัน จันทร์ - ศุกร์ เวลา 9.30 - 17.30 น.) ซึ่งเราจะรีบดำเนินการลบโดยเร็วที่สุด ...