ThAiWaRe CoMMuNiTY: Ooสุขภาพและเคล็ดลับความสวยความงามoO - ThAiWaRe CoMMuNiTY

Jump to content

  • (2 Pages)
  • +
  • 1
  • 2
  • You cannot start a new topic
  • This topic is locked

Ooสุขภาพและเคล็ดลับความสวยความงามoO By NoNNY

#1 User is offline   NoNNY 

  • สุดยอดแฟนพันธ์แท้
  • Icon
  • View blog
  • Group: Forum Moderator
  • Posts: 2,014
  • Joined: 23-March 05
  • Gender:Female

Posted 30 March 2007 - 11:13 AM

จะมาโพสทุกวัน หลาย ๆ เรื่องเกียวกับสุขภาพและความสวยยยย


ประโยชน์ของส้ม

กินส้มวันละใบผลักไสมะเร็งได้มีคุณสมบัติเป็นตัวล้างพิษใหญ่

นักวิจัยเมืองจิงโจ้พบในรายงานการศึกษาของหลายชาติ เรื่องการบริโภคผลไม้จำพวกมะนาว หรือส้ม ให้คุณแก่สุขภาพสรุปได้ว่า "กินส้มวันละใบ จะผลักไสโรคมะเร็งบางชนิดให้พ้นตัว ไปได้"



นักวิจัยขององค์การวิจัยวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรมเครือจักรภพของรัฐบาลออสเตรเลีย กล่าวแจ้งว่า ได้ค้นพบว่า การกินผลไม้พวกมะนาวหรือส้ม จะช่วยป้องกันมะเร็งที่ปาก กล่อง เสียง และกระเพาะลงได้ตั้งครึ่ง และยิ่งกินเพิ่ม นอกจากกินผักผลไม้วันละ 5 มื้ออยู่ประจำแล้ว ก็จะยิ่งช่วยให้ป้องกันอัมพาตได้อีกโรคหนึ่งได้ถึง 19 เปอร์เซ็นต์ด้วย

นักวิจัยขององค์การคนหนึ่ง นางแคทรีน แบกเฮิสร์ทเปิดเผยว่า ผลไม้จำพวกมะนาวหรือส้ม ช่วยป้องกันโรคของร่างกายได้เพราะคุณสมบัติเป็นตัวล้างพิษของมัน พร้อมทั้งบำรุงระบบภูมิ คุ้มโรคให้แข็งแรง ขัดขวางเนื้อร้ายไม่ให้ลุกลาม และรักษาเซลล์เนื้อร้ายให้กลับคืนดีได้อีกด้วย

รายงานการศึกษาซึ่งทำจากผลงานการศึกษาของชาติต่างๆ จำนวน 48 เรื่อง ยังได้พบหลักฐาน อันน่าเชื่ออีกด้วยว่า ผลไม้เหล่านี้ยังมีคุณสมบัติช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคอ้วนและ เบาหวานอีกด้วย ในบรรดาผลไม้พวกนี้ทั้งหมด ผลส้มจะมีสารที่มีคุณสมบัติเป็นตัวล้างพิษ อัน เป็นสารพฤกษเคมีชนิดต่าง ๆ ไม่ต่ำกว่า 170 อย่าง รวมทั้งสารฟลาโวนอยด์ ซึ่งมีสรรพคุณ ป้องกันการอักเสบ เป็นเนื้อร้าย และเลือดจับตัวเป็นก้อนไม่ต่ำกว่า 60 อย่างด้วย


-------------------------------------------------------------------
ดื่มน้ำตอนไหน เวิร์กสุดๆ

การดื่มน้ำนอกจากจะทําให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใสแล้ว ยังทําให้ระบบต่างๆ ภายในร่างกายทํางานได้ดีอีกด้วยนะ ฉะนั้นฉบับนี้ WP เลยอยากจะขอแนะนําเทคนิคดีๆ ในการดื่มน้ำเพื่อสุขภาพมาฝากกัน



ใน 1 วัน ควรดื่มเท่าไหร่

ในทุกๆ วัน ร่างกายจะต้องสูญเสียน้ำผ่านทางการหายใจและการขับถ่าย จึงเป็นสิ่งที่จําเป็นมากที่จะต้องรับน้ำเข้าไปเพื่อทดแทนส่วนที่เสียไป และโดยปกติเราจะเสียน้ำจากการปัสสาวะเฉลี่ยวันละประมาณ 1.5 ลิตร และอีกเกือบถึง 1 ลิตรสำหรับ การหายใจและเหงื่อ ซึ่งถ้าคุณดื่มน้ำให้ได้วันละ 2 ลิตร (ประมาณ 8 แก้ว) ก็จะช่วยทดแทนการสูญเสียน้ำในส่วนนี้ได้ค่ะ แต่ สําหรับปริมาณน้ำที่ควรดื่มให้ได้ภายใน 1 วันเพื่อสุขภาพที่ดีของตัวคุณเองแล้ว ถ้าเป็นหนุ่มๆ ควรดื่มให้ได้วันละ 3 ลิตร (ประมาณ 13 แก้ว) ส่วนสาวๆ วันละ 2.2 ลิตร (ประมาณ 9 แก้ว) ก็โอ.เค.แล้วค่ะ
สําหรับสาวๆ สปอร์ตี้เกิร์ล จะต้องดื่มน้ำในปริมาณที่เยอะกว่าคนปกตินะคะ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับชนิดของกิจกรรมที่ทําด้วย ถ้าคุณออกกําลังกายในช่วงสั้นๆ ก็ควรจะดื่มน้ำเพิ่มเข้าไปครั้งละ 1-2 แก้วหลังจากออกกําลังกายแล้ว แต่ถ้าเป็นช่วงยาวๆ ละก็เพิ่มขึ้นอีกสัก 2-3 แก้วก็ น่าจะเพียงพอแล้ว

ดื่มตอนไหน เวิร์กสุดๆ

อ๊ะๆ ทําเป็นเล่นไป การดื่มน้ำก็ต้องมีเวลาดื่มด้วยนะคะถึงจะได้ประโยชน์สูงสุด คุณควรจะดื่มในช่วง...

* ตื่นนอนตอนเช้า 1 แก้ว (400 ซี.ซี.) เพราะเป็นช่วงที่มีความเข้มข้นของเลือดสูง เลือดจะมีลักษณะขาดน้ำ
* ตอนสายๆ 2 แก้ว (เวลาประมาณ 9 โมงถึง 10 โมงเช้า) ช่วงนี้เป็นช่วงที่มีของเสียเกิดขึ้น เพราะร่างกายได้ทํางานไประยะหนึ่งแล้ว ฉะนั้น จึงควรดื่มน้ำเพื่อมาชําระของเสียเหล่านั้นออกไป

* ตอนบ่ายๆ 3 แก้ว (เวลาประมาณบ่ายโมงถึงบ่ายสอง)

* ตอนเย็น 3 แก้ว (เวลาประมาณ 1 ทุ่มถึง 2 ทุ่ม)

* ก่อนนอนให้ดื่มน้ำอีก 1 แก้ว เพื่อให้น้ำที่ดื่มไหลเวียนชะล้างสิ่งตกค้างในลําไส้แลกระเพาะอาหาร และยิ่งถ้าเป็นน้ำอุ่นด้วยแล้วจะยิ่งช่วยให้หลับสบายยิ่งขึ้น


ที่มา Woman Plus

--------------------------------------------------------------------

เลือกทานสิ่งที่เป็นประโยชน์กับสุขภาพบ้าง !!


อาหาร 7 อย่างต่อไปนี้จะช่วยชะลอสัญญาณแห่งวัยดึก ทั้งผมร่วง ผิวแห้ง เฉื่อยชาให้ ดูอ่อนเยาว์ขึ้นภายใน 3 - 6 เดือน

หยุดผมร่วง รับประทานกล้วย ซึ่งอุดมไปด้วยวิตามินบี มีสรรพคุณป้องกันผมร่วงได้ดี การรับประทาน กล้วยเข้าไปในปริมาณที่เพียงพอ จะช่วยรักษาเส้นผมให้อยู่คู่กับหนังศีรษะได้นานวัน

ลดผิวมัน รับประทานธัญญาหารทุกเช้า ซึ่งอุดมด้วยวิตามินบี 2 ที่ช่วยหยุดยั้งการผลิตน้ำมันส่วนเกิน ของต่อมผลิตภายในร่างกายที่เป็นสาเหตุหนึ่งของเส้นผมบางและมัน

หยุดการลอกของผิวหนัง รับประทานปลาแซลมอนใส่เกลือรมควัน อาหารทะเล หรือสลัดผักสดก็ได้

ผิวเนียนใสเหมือนเด็ก มะม่วงมีเบต้าแคโรทีนที่ช่วยทำให้ผิวมีสุขภาพดี โดยช่วยกระตุ้นการสร้าง ผิวหนัง รวมทั้งหนังศีรษะเพื่อทดแทนของเดิมที่หยาบแห้งและขรุขระ ให้กลับมีความชุ่มชื่นและนุ่มเนียน

ชะลอผมหงอก รับประทานถั่วลิสงอบเนยรวมกับเกล็ดขนมปังที่อบมาร้อน ๆ ก่อนมื้ออาหาร ถั่วลิสงมี วิตามินบีที่สามารถหยุดการเปลี่ยนสีผมให้เป็นสีดอกเลาได้ และยังทำให้ผิวหนังดูดีขึ้นอีกด้วย

ดูหนุ่มสาวขึ้นอีก 5 ปี รับประทานฝรั่ง หรือน้ำฝรั่งซึ่งอุดมด้วยวิตามินซี เพราะจะช่วยเก็บรักษา คอลลาเจนที่เป็นบ่อเกิดแห่งโปรตีนภายใต้ผิวหนัง หรือรับประทานมะละกอ ส้ม ลูกเกดสีดำอบแห้ง ร่วมกับ ผลไม้ประจำวันก็จะช่วยเพิ่มวิตามินซีเช่นกัน

ปกป้องใบหน้าจากมลพิษ วิตามินบีในอะโวคาโดช่วยทำให้ใบหน้าดูอ่อนกว่าวัย และร่างกายเกิดความ ต้านทานจากการทำลายในรูปแบบต่างๆ ทั้งนี้รวมถึงการถูกทำลายจากบรรยากาศที่มลภาวะเป็นพิษ



ขอบคุณข้อมูล ผู้หญิงวันนี้

This post has been edited by ChocKery~NoNNY: 16 April 2007 - 03:23 PM

0

#2 User is offline   `Buu 

  • เพื่อนไทยแวร์ :)
  • PipPip
  • Group: Silver Members
  • Posts: 107
  • Joined: 12-February 07
  • Gender:Male
  • Interests:iT

Posted 30 March 2007 - 11:18 AM

ดีดี

มีประโยชน์

ละพึ่งรู้นะเนี้ยว่าคุณประโยชน์ของส้มจะมีมากขนาดนี้

โอ้มันยอดมาก ๆ เลย ซาร่า
ไม่มีครับมีแต่ความว่างเปล่า
0

#3 User is offline   NoNNY 

  • สุดยอดแฟนพันธ์แท้
  • Icon
  • View blog
  • Group: Forum Moderator
  • Posts: 2,014
  • Joined: 23-March 05
  • Gender:Female

Posted 30 March 2007 - 11:20 AM

ว้าว ๆ อันนี้ของคุณผู้ชายกันมั้ง (เกย์ก้อชอบเด้อ คร้า เด้อ)

-----------------------------------------------------------------------
ผิวหน้าหล่อใสแบบเร่งด่วน

มาดูวิธีดูแลผิวที่แสนจะหยาบกร้านของหนุ่มๆ ให้กลับมีน้ำชุ่มๆ ดูมีสุขภาพสุดๆ มาให้ลองทำกันดู

- ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ควรใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทที่มี Serum ซึ่งไม่ได้ให้ความชุ่มชื้นแต่จะเน้นที่การบำรุงและฟื้นฟูขั้นสูง โดยอาจเลือกประเภทที่หนาแน่นไปด้วยวิตามินและสารแอนตี้ออกซิแดนซ์เข้มข้นก็จะยิ่งทวีความมีประสืทธิภาพให้กับผิวได้เป็นอย่างดี เมื่อหาของชั้นเลิศได้แล้วก็ควรปฏิบัติตนให้ถูกวิธี เช่น หลังล้างหน้าเสร็จก็ทา Serum และที่สำคัญควรทาตามด้วยมอยส์เจอไรเซอร์เพื่อให้น้ำกับผิวนั่นเอง

- วิธีจัดการหน้าหลังล้างสิ่งสกปรก หลายคนคงกลัวไม่แมนก็จะเช็ดหน้าด้วยแรงช้างสารที่เพิ่งเพาะมาจากโรงเพาะกาย แต่ขอบอกว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องออกแรงกับสิ่งที่บอบบาง เช่น บริเวณตา ใต้ตา หรือใบหน้า เนื่องจากเป็นผิวที่แสนจะยับเยินง่ายกว่าผิวบริเวณอื่นแล้ว เมื่อเกิดเป็นริ้วรอยขึ้นจะรักษาได้ยากมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อแก่ตัวลง
นำผ้าขนหนูเนื้อนุ่มมาชุบน้ำแช่ตู้เย็นเอาไว้จนเย็นจัด และเอาผ้านั้นมาแปะลงบนหน้า ค่อยๆ กด และนวดคลึงใบหน้าอย่างเบามือ วิธีนี้จะช่วยให้ผิวตื่นตัวเร็ว แก้มเปล่งปลั่งสดใส อีกทั้งยังเป็นการลดอาการบวมของถุงใต้ตาได้ดีทีเดียว

- การนวดแบบกดจุด โดยใช้นิ้วหัวแม่มือทั้งสองข้างกดหัวคิ้วทั้งสองข้าง แล้วค่อยๆ กดไล่ตามรูปคิ้วออกไปเรื่อยๆ จนถึงขมับ โดยใช้นิ้วนวดขมับเบาๆ สักครู่ และกดไล่มายังโหนกแก้มจนสุดท้ายมาหยุดที่ริมฝีปาก วิธีนี้จะช่วยการไหลเวียนของเส้นเลือดและเส้นประสาทให้มีการทำงานที่ดีขึ้น ทั้งยังช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดได้อีกทาง

- อุปกรณ์ประเภท Face Pack หรือ ถุงเจล การใช้อุปกรณ์จำพวกนี้จะช่วยในการกระตุ้นให้ผิวตื่นตัวได้เร็ว เคล็ดลับการเลือกก็คงไม่ใช่ที่ราคา แต่ควรดูที่มีแบบเมนธอลและน้ำมันยูคาลิปตัสก็จะยิ่งทวีความสดชื่น ผ่อนคลายได้ดี ข้อควรระวังก็คือถ้าคุณมีผิวที่แพ้ง่ายก็ควรหลีกเลี่ยง

- ไม่มีอุปกรณ์ วิธีนี้ก็ธรรมดาสามัญที่หลายๆ คนคงเคยได้คุ้นหูกันมาบ้าง คือ การล้างหน้าด้วยน้ำเย็นจัด จะช่วยให้สมานรูขุมขนได้ดีทันใจเช่นกัน ลองทำดูได้แค่ลงทุนเอาน้ำเย็นในตู้เย็นมาล้างให้ทั่วหน้าอย่างเบามือก็สามารถทำให้ส้นเลือดฝาดได้ผุดผาดออกนอกหน้าได้เช่นกัน


----------------------------------------------------------------------------

ผักผลไม้ 7 อย่าง ที่คุณไม่ควรพลาด

เพื่อสุขภาพพลานามัยที่ดีขอแนะนำผักผลไม้ 7 ชนิด ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีสารที่เป็นประโยชน์แก่ทุกวัย ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งงดงาม และยังช่วยชะลอความชราได้อีกด้วย ดังนี้

ลูกพรุน (Prunes)



ลูกพรุน เป็นแหล่งที่ดีของโปแตสเซียม เหล็กและไฟเบอร์ ที่สำคัญพรุนช่วยทำให้ผิวพรรณมีเลือดฝาด พรุนเป็นแหล่งธาตุเหล็กที่ดี พรุนแห้งหนึ่งขีดมีธาตุเหล็ก 2.78มิลลิกรัมและมีวิตามิน ซี ซึ่งช่วยในการดูดซึมธาตุต่าง ๆ เข้าสู่ร่างกาย ดังนั้นหากอยากมีร่างกายแข็งแรง สมบูรณ์ริมฝีปากแดงสดเหมือนสตรอเบอรี่ แก้มแดงใสเหมือนลูกเชอรี่โดยไม่ต้องใช้เครื่องสำอาง ดูเป็นคนที่มีสุขภาพดีสมบูรณ์ด้วยเลือดฝาด

ถั่ว (nut)



ทุกคนอยากมีหุ่นสวยเพรียว ไม่มีไขมันส่วนเกินสะสม "ถั่วช่วยคุณได้" ถั่วเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีน เหล็ก วิตามินบี นอกจากนี้นักวิทยาศาสตร์ยังค้นพบว่าเมื่อคุณรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์ชนิดที่ละลายน้ำได้ (ซึ่งถั่วมีอยู่แล้วมากมาย)ไฟเบอร์จะเคลือบผิวกระเพาะทำให้รู้สึกอิ่มเร็วและอิ่ม-นานความอยากอาหารจะลดลง ซึ่งแน่นอนว่ามีประโยชน์การลดความอ้วนเป็นอย่างมาก

บรอคโคลี่
เป็นพืชอีกชนิดหนึ่งที่เหมาะอย่างยิ่ง เพราะบรอค-โคลี่เป็นแหล่งซีลีเนียมตามธรรมชาติซึ่งเจ้าตัวซีลีเนียมนี้ที่ช่วยบำรุงผิวพรรณ (ซีลี-เนียมจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิวหนัง จึงทำให้ผิวดูอ่อนวัยนุ่มนิ่ม มีน้ำมีนวลเหมือนหนุ่มสาว) แถมยังช่วยลบริ้วรอยเหี่ยวย่นอีกด้วย

กล้วยไข่ (Banana)



กล้วยทุกชนิด ดีต่อสุขภาพแต่กล้วยไข่ดีเป็นพิเศษ ในเรื่องของสารต้านอนุมูลอิสระที่เรารู้จักกันดี คือ เบต้าแคโรทีน โดยธรรมชาติ เมื่อเราอายุพ้นยี่สิบสองไปแล้วความเจริญเติบโตของร่างกายจะเริ่มหยุดชะงัก ความเสื่อมในส่วนต่างๆ ของร่างกายก็จะเริ่มมาเยือนอย่างช้าๆ

ฝรั่ง (guava)




ฝรั่ง 1 ขีดมีวิตามินซีสูงถึง180 มิลลิกรัม วิตามินซีมีบทบาทในการสร้างคอลลาเจนที่ทำให้ผิวพรรณบนใบหน้าของคุณเต่งตึงไม่แก่ก่อนวัยวิตามินซี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเจ้าตัวสารต้านอนุมูลอิสระนี้เองที่ทำให้คอลลาเจนและอีลาสตินเสื่อมสภาพผิวหนังแห้งเหี่ยว เกิดริ้วรอยตีนกาวิตามินซี มีความสำคัญต่อการสร้าง และบำรุงเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน(ConnectiveTissue) เซลล์นับล้านๆ ตัวเกาะเกี่ยวกันเป็นร่างกายได้ด้วยเนื้อเยื่อที่เรียกว่า คอลลาเจนมันคือคอลลาเจนตัวเดียวกันกับคอลลาเจนที่ทำให้ผิวพรรณบนใบหน้าเต่งตึงนั่นเอง และเพราะฝรั่งอุดมไปด้วยวิตามินซีนั่นเอง คุณๆทั้งหลายที่อยากคงความเป็นหนุ่มให้แก่ผิวสวยไว้นานๆน่าจะลองหันมารับประทานฝรั่งเป็นประจำ

แอปเปิ้ล (apple)



มีสารสำคัญ คือ เบต้าแคโรทีน วิตามินซีและเส้นใยไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำ ที่ชื่อ "เพคติน" แต่ที่น่าสนใจสำคัญคือ เจ้าตัว "เพคติน"นี้มีคุณสมบัติช่วยลดความอยากอาหาร ลดน้ำหนัก และลดโคเลสเตอรอลหากคุณหิวจนตาลาย แต่ยังไม่ถึงเวลาอาหารแอปเปิ้ลสักลูกจะช่วยลดความหิวได้ เพราะแอปเปิ้ลมีแป้ง และน้ำตาลในรูปของน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวถึง 75 %ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมน้ำตาลพิเศษชนิดนี้ได้รวดเร็วและนำไปใช้ประโยชน์ได้ ในเวลาไม่เกิน 10 นาที

ส้ม (Orange)



แหล่งวิตามิน เกลือแร่ และเส้นใยธรรม-ชาติ การรับประทานส้มโดยไม่คายกากจะช่วยคุมน้ำหนักได้อีกวิธีหนึ่ง เพราะจะทำให้รู้สึกอิ่มท้องเร็ว เป็นประโยชน์สำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนักได้อย่างดีทีเดียว นอกจากนี้ หากรู้สึกหิวก่อนเวลา แทนที่จะนึกถึงเค้กก้อนโต หรือโดนัทชิ้นใหญ่ให้ลองหยิบส้มสักลูกเข้าปากแทนจะได้ประโยชน์มากกว่าในราคาที่ถูกกว่าด้วย

ผักและผลไม้ทั้ง 7 ชนิดที่กล่าวมาข้างต้นนั้นเป็นเพียงแนวทางเบื้องต้น สำหรับทุกท่านที่ต้องการรักษาสุขภาพ นอกจากผักผลไม้ทั้งเจ็ดนี้แล้วผักและผลไม้อื่นๆ ก็มีคุณประโยชน์ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันสถาบันโภชนาการแห่งชาติอเมริกาจึงได้แนะนำขนาด-ในการรับประทานผักผลไม้ในแต่ละวันว่า ควรจะรับประทานรวมกันให้ได้วันละครึ่งกิโล หรือ 5 ขีดจะช่วยให้คุณๆทั้งหลายมีสุขภาพแข็งแรง แจ่มใส ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บมารบกวน

ปล.ผลไม้ทุกชนิดมีประโยชน์ทั้งนั้น เว้นแต่ทุเรียน (แดร๊กมากไม่ดี) tongue.gif

This post has been edited by ChocKery~NoNNY: 30 March 2007 - 11:49 AM

0

#4 User is offline   ScoutMF 

  • In The DreaM.
  • Icon
  • View blog
  • Group: Global Moderator
  • Posts: 1,680
  • Joined: 24-January 06
  • Gender:Male
  • Location:Deeper inside me!
  • Interests:Dream...<br />รักที่จะฝัน

Posted 30 March 2007 - 12:51 PM


พวกสมุนไพรเบื่อแระ แม่เป่าหูทุกวันๆ >_<!~

อยากรู้เรื่องเกี่ยวกับเครื่องสำอางของผู้ชายบ้างอ่ะ happy.gif


0

#5 User is offline   ปองศักดิ์包青天 

  • Only You...
  • PipPipPipPipPipPip
  • Group: Exclusive Members
  • Posts: 2,048
  • Joined: 13-December 06
  • Gender:Male
  • Location:Somewhere in your Heart
  • Interests:ข้าจะถือกระบี่ไปตามหาคนที่อ่านอยู่

Posted 30 March 2007 - 01:02 PM

โฟมล้างหน้ายี่ห้อ H2O ดีที่สุด ซึ่งก็คือน้ำเปล่า
ปองศักดิ์แมน เดอะแมน ออฟ เดอะ โรมานซ์

Romance Poem
-ฟามพยายามอยู่ที่ไหน ฟาร์มโชคชัยอยู่มวกเหล็ก
-ดีชั่วอยู่ที่ตัวทำ สูงต่ำอยู่ที่ชั้นไหน
-กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จภายในวันเดียว ไปกินก๋วยเตี๋ยวที่กรุงเทพฯก่อนก็ยังทัน
-งานหนักไม่เคยฆ่าคน ความอดทนไม่เคยฆ่าควาย
0

#6 User is offline   NoNNY 

  • สุดยอดแฟนพันธ์แท้
  • Icon
  • View blog
  • Group: Forum Moderator
  • Posts: 2,014
  • Joined: 23-March 05
  • Gender:Female

Post icon  Posted 30 March 2007 - 01:20 PM

มาต่อกันเลย ว่าแต่สมุนไพรก้อดีแล้วล่ะ ธรรมช๊าด ธรรมชาติดีออก

เครื่องสำอางผู้ชายเหรอ เด่วไปหาดูก่อนนะ


20 วิธีกินให้สวย (ผู้ชายเอาไปใช้ก้อได้ค่ะ)

1. ถามหาอโวคาโด
เดี๋ยวนี้ผลไม้นี้ไม่ใช่ของนอกที่แพงลิบอีกต่อไป เพราะเราปลูกได้ในเมืองไทย หากไปเที่ยวแถวมวกเหล็กหรือปากช่องก็จะเห็นอโวคาโดวางขายเรียงรายอยู่ทั่วไป เจ้าผลไม้มหัศจรรย์นี้ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ สนับสนุนการผลิตเส้นใยคอลลาเจนของผิวหนังให้เรามีผิวสวยใส ปริมาณที่เหมาะสมคือบริโภคให้ได้สัปดาห์ละครั้ง หากชอบหวานก็เติมน้ำผึ้งลงไปเล็กน้อย และจำไว้ว่าอโวคาโดอุดมไปด้วยน้ำมันธรรมชาติที่มีประโยชน์ยิ่ง

2. กินแบบกระต่าย

ง่ายๆก็คือ กินแครอทนั่นเอง พืชชนิดนี้อุดมด้วยวิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตาและผิวหนัง เคล็ดลับคือให้เลือกซื้อแต่แครอทปลอดสารพิษและควรปอกเปลือกก่อนบริโภคเพื่อความมั่นใจ เพราะแครอทเป็นพืชที่ชาวไร่ต้องใช้ยาฆ่าแมลงปริมาณมากในการเพาะปลูก

3. วิตามินจำเป็นต่างๆ

เพื่อให้แน่ใจว่าวันหนึ่งๆร่างกายเราได้รับวิตามินจากอาหารที่บริโภคเข้าไปอย่างพอเพียง ยิ่งวิถีชีวิตแบบสมัยใหม่ อาหารที่มีขั้นตอนการปรุงซับซ้อนหรือวิธีการเก็บรักษาทำให้สูญเสียคุณค่าธรรมชาติของอาหารไป ส้มตามซูเปอร์มาร์เก็ตเดี๋ยวนี้มีวิตามินซีเหลือเพียง 60% เพราะสูญหายไปในขึ้นตอนการเก็บเกี่ยว ดังนั้น ควรบริโภควิตามินเสริมให้ร่างกายได้สารอาหารเพียงพอ

4. แอปเปิ้ลวันละผล

ผลไม้นี้อุดมด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ เช่น เพคติน วิตามินซี แคลเซียม ฟอสฟอรัส และแมกนีเซียม ช่วยขจัดมลพิษ ลดคอเลสเตอรอลและยังช่วยระบบการทำงานของปอดด้วย

5. มหัศจรรย์แห่งน้ำ

น้ำคือยาธรรมชาติที่ดีสำหรับความงามเป็นทรีทเม้นท์ธรรมชาติที่ดีที่สุดในการทำความสะอาดและให้ความสดชื่นแก่ร่างกายกว่า 80% ของผู้หญิงที่มีปัญหาผิวพรรณมีสาเหตะจากการบริโภคน้ำไม่เพียงพอ จึงควรดื่มน้ำให้ได้ไม่ต่ำกว่าวันละ 2 ลิตร

6. พืชเรียกน้ำตา

หอมและกระเทียม ช่วยฟื้นฟูระบบการไหลเวียนของโลหิต ช่วยล้างพิษได้ดีที่สุด ป้องกันโรคหอบหืด จึงควรบริโภคแม้ว่ามันจะมีกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์นักก็ตาม

7. อย่าลืมโยเกิร์ต

อาหารสูตรสุขภาพตั้งแต่โบราณ ในโยเกิร์ตมีแบคทีเรียสองชนิดที่เป็นประโยชน์ต่อระบบการย่อย คือ แลคโตบาซิลัสและเอซิโดฟิลลัส ช่ว่ยฟื้นฟูการทำงานของลำไส้ ลดการสะสมของแก๊สในกระเพาะทำให้ท้องไม่อืดและร่างกายดูดซึมอาหารได้ดีขึ้น

8. เรื่องของมันฝรั่ง

หากต้องการอาหารที่อุดมด้วยไฟเบอร์ วิตามินบี 3 วิตามินซีและโปตัสเซียมล่ะก็ มันฝรั่งมีให้ครบทุกอย่าง วิธีดีที่สุดของการบริโภคก็คือการอบและบริโภคทั้งเปลือกจะได้โภชนาการที่ดีกว่า และหากต้องการเนยกับซาวครีมช่วยให้รสชาติดีขึ้นสักเล็กน้อยก็ไม่ผิดกติกา

9. ไฟเบอร์

มีประโยชน์และช่วยระบบการย่อยอย่างมาก ช่วยให้อิ่มเร็วและไม่บริโภคอาหารอื่นๆเข้าไปมากเกินความจำเป็น ไฟเบอร์ช่วยชะลอความชรา ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและลดปริมาณแอสโตรเจนในกระแสเลือดซึ่งเป็นสาเหตุการเกิดมะเร็ง แห่งไฟเบอร์ที่ดีคือผักและผลไม้สด ธัญพืช มันฝรั่งและขนมปังโฮลวีท แต่ก็ไม่ควรบริโภคมากเกินไป เพราะจะทำให้ท้องอืดและมีผลต่อระบบลำไส้ ควรเริ่มบริโภคน้อยๆและค่อยๆเพิ่มปริมาณขึ้นจะเหมาะกว่า

10. ผักสดต่างๆ

ดีต่อเส้นผม ผิวหนัง นัยน์ตาและระบบอื่นๆของร่างกาย ควรพยายามบริโภคผักสดๆให้มาก โดยเฉพาะผัดใบเขียวเข้มและผักสีสดต่างๆสี หากต้องการพัฒนาความจำควรบริโภคกะหล่ำปลีต้มทุกมื้อกลางวันและเย็นก็จะช่วยได้ดี

11. น้ำผลไม้ช่วยผิวสวย

การดื่มน้ำผลไม้ทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารดีๆได้เร็วที่สุด เพิ่มความสดชื่นในฉับพลัน น้ำผลไม้ผสมที่ดีที่สุดก็คือน้ำแอปเปิ้ล แครอทและบีทรูท ทั้ง 3 ชนิดนี้ผสมกันอย่างละ 1 ส่วน แต่ก็ควรระลึกไว้ว่า น้ำผลไม้ไม่มีไฟเบอร์มากเท่ากับการบริโภคผักผลไม้สดๆ ดังนั้น ก็ควรบริโภคผักผลไม้สดวันละจานเป็นอย่างน้อย

12. ปลาเพื่อสุขภาพ

โดยเฉพาะปลาที่อุดมด้วยไขมันโอเมก้า 3 เช่นแซลมอน แมคเคอเรลและทูน่า ทั้งหมดนี้มีไขมันช่วยระบบการทำงานของเซลล์ผิวหนัง ลดความดันโลหิต การบริโภคปลาสัปดาห์ละครั้งจะลดความเสี่ยงโรคหัวใจลงได้ถึง 50% แคลเซียมจากปลายังมีประโยชน์ต่อผิวหนัง กระดูกและฟันอีกด้วย

13. อย่าลืมถั่วต่างๆ

ถั่วอุดมด้วยสารอาหารมีประโยชน์เช่นเดียวกับผักและผลไม้สด เป็นของขบเคี้ยวยามว่างที่อุดมด้วยโปรตีน วิตามินบี 1 และแมกนีเซียม ซึ่งมีผลดีต่อระบบประสาท หากไม่ชอบถั่วก็เปลี่ยนเป็นเนยถั่วหรือนมถั่วเหลืองแทน เลี่ยงจากถั่วอบเกลือซึ่งจะเคี้ยวเพลินจนโซเดียมในร่างกายสูงเกินไป ถั่วที่แนะนำคือฮาเซลนัทที่มีโปรตีนสูงที่สุด บราซิลนัทมีเซเลเนียมสูงช่วยชะลอความชราได้ดี

14. ไข่เพื่อสุขภาพ

อาหารชนิดนี้อุดมด้วยโปรตีน แคลเซียม เหล็ก สังกะสีและวิตามินบี 3 สิ่งที่ควรระวังก็คือ หากเป็นไข่เก่าอาจมีแบคทีเรียซาลโมเลลาที่เป็นสาเหตุของอาหารเป็นพิษได้ ดังนั้นควรเลือกซื้อไข่ไก่สดใหม่ที่ปลอดสารพิษและไม่ควรบริโภคไข่ดิบๆ

15. เลือกไก่ดีที่สุด

ไม่ว่าใครจะบอกว่าอย่างไร ไก่ก็เป็นอาหารที่ไม่ไขมันต่ำที่สุดในเนื้อสัตว์ทั้งหมด และยังมีวิตามินสูงด้วย และยิ่งลอกหนังออกด้วยแล้ว ก็จะปลอดภัยมากขึ้น

16. เรื่องพลาดของจอร์ช บุช

ประธานาธิบดีของสหรัฐผู้นี้ ขึ้นชื่อเรื่องเกลียดบร็อคโคลี่ที่สุด ซึ่งผักชนิดนี้นอกจากจะช่วยป้องกันมะเร็งแล้ว ยังช่วยทำความสะอาดร่างกาย และอุดมด้วยธาตุเหล็กและสารต้านอนุมูลอิสระ

17. เป็นป๊อปอายกันดีกว่า

เรียนรู้ที่จะรัก โอลีฟ ออยล์ หรือน้ำมันมะกอก ซึ่งอุดมด้วยคอเลสเตอรอลชนิดดี ช่วยป้องกันมะเร็งและโรคของหัวใจ พรมน้ำมันนี้ลงในน้ำสลัดเล็กน้อยก่อนบริโภคทุกครั้ง

18. พริกมีประโยชน์

พริกทุกชนิดอุดมด้วยวิตามินซี โดยเฉพาะพริกแดงและเหลือง มีวิตามินซีมากกว่าส้มถึง 4 เท่า วิธีบริโภคให้ได้ประโยชน์สูงสุดคือกินสดๆ จะช่วยให้สุขภาพดีของผิวหนัง เหงือกและเส้นผม

19. กล้วยช่วยสุขภาพ

ดีที่สุดหากกินตอนสุก กล้วยอุดมด้วยโปตัสเซียมและวิตามินซี ช่วยป้องกันแผลพุพองของผิวหนัง ลดคอเลสเตอรอลและช่วยขจัดสารพิษจากโลหะที่สะสมค้างอยู่ในร่างกาย เหมาะที่จะเลือกเป็นอาหารเช้า

20. ของโปรดของคุณ

อะไรก็ได้ที่เป็นอาหารโปรดที่อยากบริโภค เพราะการบริโภคเพื่อสุขภาพ ไม่ได้แปลว่าต้องงดของโปรดโดยสิ้นเชิง นั่นเป็นการทำร้ายจิตใจให้สุขภาพแย่ลงด้วย สำคัญคืออย่ากังวลเรื่องบริโภคเกินไป เพราะการกินเพื่อสุขภาพไม่ใข่การทรมาน เมื่อควบคุมการกินให้มีโภชนาการที่ดีได้แล้ว ก็ควรจะกินตามความฝันของตัวเองได้บ้างในปริมาณพอเหมาะสม เท่านี้ก็จะสวยแบบอารมณ์ดีได้แน่นอน

This post has been edited by ChocKery~NoNNY: 30 March 2007 - 01:29 PM

0

#7 User is offline   NoNNY 

  • สุดยอดแฟนพันธ์แท้
  • Icon
  • View blog
  • Group: Forum Moderator
  • Posts: 2,014
  • Joined: 23-March 05
  • Gender:Female

Post icon  Posted 30 March 2007 - 01:37 PM


เครื่องสำอางผู้ชายสมัยนี้พุดขึ้นอย่างกำดอกเห็ด 014.jpg

Nivea For Men,Bior' For Man เท่าที่รู้ก้อมีเท่านี้ล่ะมั้ง

ถ้าเอามาโพสเด่วก้อหาว่าโฆษณาอีกแระ 017.jpg ลองไปหาซื้อมาล่ะกัน

โฆษณากันโครม ๆ b.jpg ไม่รู้แนะนำไร อ่านข้างล่างนี้ดีกั่ว


มารู้จักผิวของหนุ่มๆกันดีกว่าค่ะ

ไม่ใช่เพียงแต่ผู้หญิงเท่านั้น ที่มีลักษณะผิวหน้าที่แตกต่างกันไปตามบุคคล แต่หนุ่มก็มีผิวที่แตกต่างกันไปด้วยเช่นกัน ทำความรู้จักกับผิวหน้าของตัวเอง เพื่อคัดสรรสิ่งที่เหมาะสมและเลือกวิธีการดูแลผิวให้ดีที่สุด

ผิวธรรมดา
สังเกตได้จาก
• คุณมีผิวที่สม่ำเสมอ
• ไม่มีปัญหาเรื่องจุดหรือรอยด่าง
• ดูเรียบ มีสุขภาพดี และสดใส

เคล็ดลับในการรักษาผิวให้ดูดี
• ปฏิบัติตามหลักการรักษาผิวทั่วไป ใช้น้ำยาล้างหน้าอย่างดีเป็นประจำทุกวัน ขัดผิวหน้าเป็นประจำทุกสัปดาห์
• ทามอยซ์เจอไรเซอร์ให้ความชุ่มชื้นเป็นประจำวันละครั้ง เลือกมอยซ์เจอไรเซอร์ที่ไม่หนาและหนักจนเกินไป

ผิวมัน
สังเกตได้จาก
• ผิวเป็นมันและสะท้อน โดยเฉพาะในส่วนหน้าผาก จมูก และคาง (เรียกกันว่าทีโซน)
• รูขุมขนเปิดกว้าง มีสิวหัวดำ และสิวอักเสบ
• ดูไม่สดใสและไม่เรียบเนียน

เคล็ดลับในการรักษาผิวให้ดูดี
• รักษาความสะอาดอย่างสม่ำเสมอตลอดทั้งวัน ล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้าบ่อยๆ ขัดผิวหน้าสองครั้งต่อสัปดาห์ ใช้มอยซ์เจอไรเซอร์ที่ปราศจากน้ำมัน
• ใช้มาสค์โคลนสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง ช่วยซับไขมัน ขจัดคราบสกปรกและเซลที่ตายแล้วออก และในระยะยาวช่วยให้ขนาดรูขุมขนที่เปิดกว้างลดลง
• ระวังรักษาผิวหน้าให้ดี อย่าใช้เครื่องสำอางที่เป็นการกระตุ้น หรือล้างไขมันธรรมชาติออกมากจนเกินไป จะทำให้เกิดปัญหาตามมาได้

ผิวแห้ง
สังเกตได้จาก
• ผิวหน้ารู้สึกไม่ค่อยสบายตัวและตึงอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะหลังการโกนหนวดหรือการล้างหน้า
• ลอกง่าย เกิดเกล็ดแห้ง หยาบและเป็นริ้วรอย
• ดูแก่กว่าไวเพราะความหยาบ กร้าน และไม่สะท้อนแสงสดใส

เคล็ดลับในการรักษาผิวให้ดูดี
• ใช้น้ำยาล้างหน้าที่อ่อนโยนต่อผิว ไม่ทำให้ผิวแห้งขึ้นไปอีก
• ขัดผิวหน้าสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง แต่อย่าขัดแรง และไม่ขัดนาน
• ใช้มอยซ์เจอไรเซอร์อย่างดีวันละสองครั้ง
• ระวังการใช้โฟมโกนหนวดและสบู่ที่ทำให้หน้าแห้ง
• ทายากันแดดเป็นประจำ
• ดื่มน้ำมากๆ โดยเฉพาะเมื่อต้องอยู่ในห้องปรับอากาศ ละเว้นแอลกอฮอล์
• รับประทานน้ำมันปลาเป็นประจำทุกวันเพื่อเพิ่มกรดไขมันที่จำเป็น

ผิวแพ้ง่าย
สังเกตได้จาก
• เกิดอาการแพ้กับเครื่องสำอางและครีมโกนหนวดได้ง่าย เป็นผื่นคันและแดง
• เกิดอาการแดงเสมอๆ เมื่อโดนถูกผิว มีเหงื่อ โดนแดด หรือความร้อน
• เกิดปฏิกิริยากับอาหารที่แพ้
• สังเกตเห็นมีเส้นเลือดฝอยแตกอยู่บนโหนกแก้มหรือจมูก

เคล็ดลับในการรักษาผิวให้ดูดี
• หลีกเลี่ยงทุกอย่างที่มีสารเคมีแรง หรือมีส่วนผสมของน้ำหอม
• หลีกเลี่ยงการใช้สบู่ เลือกเฉพาะผลิตภัณฑ์สำหรับผิวที่แพ้ง่ายเท่านั้น
• หลีกเลี่ยงจากแสงแดด
• ทดสอบเครื่องสำอางทุกครั้งก่อนใช้

ผิวผสม
สังเกตได้จาก
• มีอาการผสมของผิวที่กล่าวมาข้างต้นมากกว่าสองอย่าง
• มักมีบริเวณผิวมันที่หน้าผาก จมูก และคาง
• มักมีบริเวณผิวแห้งโหนกแก้ม

เคล็ดลับในการรักษาผิวให้ดูดี
• ระวังและรักษาผิวหน้าจากผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีแรง และทำให้หน้าแห้ง
• อย่าใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความมันสูง
• ลองผลิตภัณฑ์ที่แตกต่าง บนผิวหน้าส่วนที่ต่างๆ กัน เช่นผลิตภัณฑ์ไร้ความมันบนทีโซน และมอยซ์เจอไรเซอร์ที่โหนกแก้ม
• ลองผลิตภัณฑ์เฉพาะสำหรับผิวผสม



This post has been edited by ChocKery~NoNNY: 30 March 2007 - 01:39 PM

0

#8 User is offline   NoNNY 

  • สุดยอดแฟนพันธ์แท้
  • Icon
  • View blog
  • Group: Forum Moderator
  • Posts: 2,014
  • Joined: 23-March 05
  • Gender:Female

Posted 30 March 2007 - 01:43 PM

ควรทำอย่างไร เมื่อเกิดสิว...เพื่อผิวสวย

Credit :เอกสารเผยแพร่จากสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย เรื่องสิวเป็นเรื่องธรรมชาติ

เรามาดูวิธีง่าย ๆ ในการปฏิบัติเมื่อเกิดสิวกัน
สิว…ไยต้องฝากรอยแผลเป็นไว้


สิวเป็นสิ่งที่วัยรุ่นและหนุ่มสาวทุกคนรุ้จักกันดีหลายคนอาจจะเคยเป็นมาแล้วและมีแผลเป็นฝากรอยไว้เป็นที่ระลึก
ในขณะที่บางคนอาจกำลังมีเม็ดตุ่มแดง ตุ่มมีหนองอยู่บนใบหน้าตามแผ่นกลัง หรือหน้าอก
สิวเป็นสัญญาณของการแตกเนื้อหนุ่มเนื้อสาว วัยรุ่นประมาณ 80% เคยเป็นสิวแบบรุนแรง และไม่รุนแรงมาแล้วแทบทั้งสิ้น
หลังจากผ่านช่วงวัยรุ่นเข้าสู่วัยหนุ่มสาวก็ยังมีโอกาสถูกสิวตามรังควานได้อีก

ศัตรูของความ…น่ารัก

สิวเกิดจากการที่ฮอร์โมนกระตุ้นให้ต้อมไขมันโตขึ้นประกอบกับการอุดตันของต่อมไขมัน
และเชื้อแบคทีเรีย P.acnes บนผิวหนังทำให้เกิดการอับเสบ นอกจากนี้ยังมีสาเหตุอื่นๆ ที่มีส่วนทำให้เกิดสิว ได้แก่
- การใช้เครื่องสำอางบางชนิด เช่นการใช้ออยล์หรือครีมทาผิวผสมตัวยาสตีรอยด์ บางคนอาจแพ้สารเคมีบางชนิดในน้ำมันแต่งผม หรือยาย้อมผม
- การล้างหน้าบ่อยๆ อาจเกิดการระคายเคืองทำให้เป็นสิวได้
- การที่ต้องสัมผัสกับน้ำมัน หรือความร้อน
- การรับประทานยาบางประเภท เช่นฮอร์โมน

วิธีป้องกัน…สิว

สิวเป็นเรื่องธรรมชาติการหลีกเลี่ยงสิวจึงเป็นไปได้ยากแต่ถ้าสามารถหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้เกิดสิวกำเริบ
โอกาสเป็นสิวก็จะลดน้อยลง

วิธีปฎิบัติตัวเพื่อป้องกันการเกิดสิวมีดังนี้

- รักษาความสะอาดโดยล้างหน้าวันละ 2-3 ครั้งก็เพียงพอเพื่อลดความมันบนใบหน้า เวลาล้างหน้าไม่ควรถูแรงๆ
- เลี่ยงการใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของไขมัน หรือมีส่วนผผสมของสารเคมีที่ทำให้เกิดสิว
- ควรหลีกเลี่ยงการนวดหน้า
- อย่าใช้มือที่ไม่สะอาดสัมผัสใบหน้า
- อย่าบีบหรือแกะสิว เพราะจะทำให้เกิดรอยแผลเป็น
- อย่าปล่อยให้ผมมัน สำหรับผู้ที่มีผมมันมีรังแค ควรสระผมบ่อยๆ พร้อมทั้งงดการใช้น้ำมันใส่ผม
- หลีกเลี่ยงความเครียด อารมณ์หงุดหงิดและการนอนดึก
- ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคผิวหนัง เมื่อเป็น…สิว

สิวจัดเป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่งสิวบนใบหน้าบางตำแหน่งอาจเป็นอันตราย โดยเกิดการอักเสบรุนแรงและลุมลามมากขึ้นจนอาจกลายเป็นแผลเป็น วัยรุ่นที่เป็นสิวอักเสบมากๆ อาจมีอาการเจ็บปวดเพราะฝีหนอง
บางคนยังเกิดความกังวลและสูญเสียความมั่นใจในตนเองถึงแม้เป็นสิวเพียงเล็กน้อย

ปัจจุบัน
แม้จะมีการโฆษณาของร้านเสริมสวยบริการรักษาสิวมากมายทั้งตามห้างสรรพสินค้าและย่านชุมชนซึ่งร้านเหล่านี้
จะไม่มีแพทย์ผ็เชี่ยวชาญโรคผิวหนังประจำ แต่อ้างว่าสามารถรักษาสิวได้ถ้าท่านเป็นสิว ไม่ควรให้ร้านเสริมสวยเหล่านี้ทำการรักษา เนื่องจากร้านเสริมสวยไม่มีใบอนุญาตในการประกอบการรักษาโรค
นอกจากนี้ยังมีโอกาสเสี่ยงต่อการอับเสบเพราะติดเชื้อจากเครื่องมือไม่สะอาดอาจกลายเป็นรอยแผลเป็นได้

การรักษาสิวที่ถูกวิธี

ขั้นตอนการรักษาสิว

- ใช้ยาทาเช่น ยาฆ่าเชื้อชนิดครีมหรือโลชั่นยาลอกผิวซึ่งมีฤทธิ์ละลายตุ่มสิวอุดตันทำให้สิวหลุดลอก
- ใช้ยารับประทาน ได้แก่ ยาปฏิชีวนะ เช่น เตตร้าซัยคลิน อิริโทรมายซิน
- ยาประเภทฮอร์โมน เช่น ไซโปรเทอโรน อะซีเตต
- ยาเรตินอยด์ เช่น ไอโสเตตริโนอิน มีฤทธ์ลดการสร้างซีบุ้มที่ต่อมไขมัน ลด จำนวนเชื้อ P.acnes ลดการอุดตันและการอับเสบของสิวทำให้สิวแห้ง แต่ห้ามผู้รับประทานยานี้ตั้งครรภ์และต้องหยุดการใช้ยาให้ครบ 1 เดือนจึงจะตั้งครรภ์ได้ การใช้ยานี้ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคผิวหนังเท่านั้น

- วิธีอื่นๆ เช่น การใช้ไอเย็นสำหรับสิวอักเสบ สิวหายโดยไร้ริ้วรอยได้หรือไม่
ริ้วรอยที่เหลือจากการเป็นสิวจะมาน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับความรุนแรงของสิวที่เป็นและการรักษาที่ถูกวิธีหรือไม่

การรักษาสิวอาจจะต้องใช้เวลา สำหรับคนที่เป็นเล็กน้อย ใช้แค่ยาทาเฉพาะที่ก็เพียงพอ ส่วนผู้ที่เป็นมาก อาจจะต้องรักษาด้วยยารับประทานติดต่อกันนานจนกว่าจะหาย

ดังนั้นท่านควรรักษาสิวให้ถูกวิธีตั้งแต่แรกเพื่อลดโอกาสการเป็นแผลเป็น หากมีปัญหาควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคผิวหนัง


ปล.ไม่ควรบีบสิวเป็นอันขาดนะค่ะ แต่ถ้ามีรอยแผลจากสิวจะทำไงนะเหรอ

มาอ่านต่อข้างล่างเลยค่ะ

This post has been edited by ChocKery~NoNNY: 30 March 2007 - 01:46 PM

0

#9 User is offline   NoNNY 

  • สุดยอดแฟนพันธ์แท้
  • Icon
  • View blog
  • Group: Forum Moderator
  • Posts: 2,014
  • Joined: 23-March 05
  • Gender:Female

Posted 30 March 2007 - 01:49 PM


รอยแผลเป็นจาก... สิว


ผิวสวยหน้าใสเป็นสิ่งปรารถนาสำหรับทุกท่าน การดูแลสุขภาพผิวที่ถูกวิธีจะช่วยให้ท่านมีผิวพรรณที่ดี ช่วยเสริมบุคลิกภาพ
การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ การพักผ่อนที่เพียงพอ ดื่มน้ำสะอาดวันละ 1-2 ลิตร รวมถึงการหลีกเลี่ยงแสงแดดโดยการสวมเสื้อผ้าที่เหมาะสม และใช้ยาทากันแดดจะช่วยชะลอปัญหาผิวพรรณ หมองคล้ำหยาบกร้านก่อนวัยอันสมควร อย่างไรก็ดี ถึงแม้จะได้มีการดูแลผิวพรรณแล้ว แต่มีปัจจัยบางอย่างในแต่ละช่วงอายุที่ทำให้เกิดปัญหาผิวพรรณ เช่น ปัญหาการเกิดสิวในช่วงวัยรุ่น, ปัญหาฝ้า กระในผู้สูงอายุ


เมื่อย่างเข้าสู่วัยรุ่นจะมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ซึ่งทำให้การทำงานของต่อมไขมันเพิ่มมากขึ้น เป็นผลให้เกิดเป็นสิวอักเสบ บางครั้งทิ้งริ้วรอยไว้เป็นผลและรอยขรุขระที่ผิวหนัง ทำให้วัยรุ่นบางคนขาดความมั่นใจในตนเอง
การแก้ไขปัญหารอยแผลเป็นจากสิวทำได้โดยการ หลีกเลี่ยงสาเหตุกระตุ้นการเกิดสิวซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดแผลเป็น โดยการดูแลสุขภาพผิว เช่น การพักผ่อนที่เพียงพอ หลีกเลี่ยงสาเหตุที่ทำให้เกิดสิว เช่น ความร้อน แสงแดด มลภาวะจากควันรถยนต์ การแต่งหน้าเข้มเกินไป พยายามหลีกเลี่ยงการบีบ แคะ แกะ เกา เพราะจะทำให้เกิดแผลเป็นเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ดี แพทย์ผิวหนังมีการรักษาที่ช่วยเหลือในกรณีเกิดแผลเป็นแล้วได้แก่

• การใช้ยาทากลุ่มกรดวิตามิน เอ ช่วยกระตุ้นให้มีการสร้างเส้นใยคอลลาเจนทำให้แผลตื้นขึ้น

• การแต้มแผลเป็นด้วยน้ำยา TCA หลังแต้มน้ำยาแล้วจะเกิดสะเก็ดสีดำที่ตำแหน่งแต้มยา สะเก็ดจะหลุดลอกภายใน 1 สัปดาห์

• การทำไอออนโต (Iontophoresis) เป็นวิธีการที่ใช้กระแสไฟฟ้าอย่างอ่อน ๆ ช่วยผลักประจุยาเข้าสู่ผิวหนัง หลังจากทำอาจมีใบหน้าแดงเรื่อ ๆ ซึ่งจะหายไปได้เองภายใน 1 วัน

• การผลัดผิวโดยวิธี MD (Microdermabrasion) เป็นการผลัดผิวโดยใช้หลัก
การพ่นผง Crystal ซึ่งทำด้วยผลึกอลูมิเนียมอ๊อกไซด์ที่มีขนาดเล็กเท่าทรายละเอียด เพื่อขัดผิวส่วนขี้ไคล และหนังกำพร้าส่วนบนให้หลุดไป หลังจากนั้นจะมีการสร้างเซลล์ขึ้นใหม่เพื่อทดแทน
ยังมีการผลัดผิวแบบใหม่ เรียกว่า MD Plus (Microdermabrasion Plus)
เป็นการเพิ่มวิธีการบำบัดผิวโดยการใช้ระบบสูญญากาศนวดเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต แล้วจึงพ่นผง Crystal ทำการผลัดผิว ตามมาด้วยการใช้แสง blue light เพื่อลดการอักเสบของสิวอักเสบ

• การรักษาโดยการใช้เลเซอร์ ในปัจจุบันมีเลเซอร์ที่สามารถกระตุ้นเส้นใจคอลลาเจน เพื่อช่วยให้แผลเป็นจากสิวตื้นขึ้น โดยไม่ทำให้เกิดแผลที่ใบหน้าและไม่มีอาการเจ็บ หลังทำการรักษาด้วยเลเซอร์ชนิดนี้สามารถทำกิจกรรมได้ตามปกติ แต่ต้องอาศัยการรักษาหลายครั้ง


การรักษาโดยวิธีดังกล่าวข้างต้นให้ผลการรักษาที่แตกต่างขึ้นกับลักษณะของแผลเป็น
อย่างไรก็ดี ผลที่ได้จากการรักษาคือ
ทำให้สภาพผิวเรียบเนียนขึ้นจากเดิมซึ่งจำเป็นต้องใช้เวลาในการรักษาตามแต่ลักษณะผิวเดิม


ปล.ก่อนทำอะไรควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยงชาญด้วยผิวหนังโดยเฉพาะ

อย่าซื้อสุ่มสี่สุ่มห้ามาทานะค่ะ 22.jpg

0

#10 User is offline   UNO 

  • สุดยอดแฟนพันธ์แท้
  • PipPipPipPipPipPip
  • Group: Exclusive Members
  • Posts: 1,121
  • Joined: 26-July 02

Posted 30 March 2007 - 02:07 PM

ดีครับ มีประโยชน์
ลายเซ็นยาวทำให้บอร์ดเสียรูปนะครับ
0

#11 User is offline   ScoutMF 

  • In The DreaM.
  • Icon
  • View blog
  • Group: Global Moderator
  • Posts: 1,680
  • Joined: 24-January 06
  • Gender:Male
  • Location:Deeper inside me!
  • Interests:Dream...<br />รักที่จะฝัน

Posted 30 March 2007 - 03:06 PM


มีเกี่ยวกับการดูแล รักษา และบำรุง ผมและหนังหัวมะ 24.jpg


0

#12 User is offline   NoNNY 

  • สุดยอดแฟนพันธ์แท้
  • Icon
  • View blog
  • Group: Forum Moderator
  • Posts: 2,014
  • Joined: 23-March 05
  • Gender:Female

Posted 30 March 2007 - 03:22 PM


แหมจันเย้ง เย็น ค่ะ เด่วมาแน่หนังหัว 17.jpg

เอาดูแลหนังหน้ากันไปก่อน เด่วเอามามีพร้อมแล้ว รอหน่อย 22.jpg


เคล็ดลับความสวยด้วยผลไม้สด


ผลไม้นอกจากจะอร่อยแล้ว คุณรุ้หรือไม่ว่ามันยังมีประโยชน์อีกมากมายอีกด้วย ลองมาดูกันเลย

กล้วย
ผลไม้ที่คนไทยรู้จักกันเป็นอย่างดี แถมยังมีให้หากินได้ตลอดทั้งปี ใครๆ ก็รู้ว่ากล้วยนั้นอุดมไปด้วยวิตามินเอและซี ที่จะไปช่วยชดเชยน้ำหล่อเลี้ยงผิวตามธรรมชาติที่เราสูญเสียไปทุกๆ วัน กล้วยจึงช่วยให้เรามีผิวพรรณดีขึ้นได้

วิธีการทำ
- นำกล้วยหอมประมาณครึ่งลูกมาบดให้ละเอียด แล้วผสมกับนมสดหรือน้ำผึ้งประมาณ 1 ช้อนชา
- พอกหน้าทิ้งไว้สัก 20 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น
- ทำอย่างนี้ประมาณสัปดาห์ละครั้ง ผิวหน้าของคุณจะสดใส กระชับ เต่งตึง
++ หากใครเลือกใช้สูตรกล้วยผสมน้ำผึ้ง นอกจากจะนำมาใช้พอกหน้าแล้ว ยังทำเผื่อสำหรับหมักผมได้ด้วย
โดยนำไปหมักผมไว้ประมาณ 15 นาทีแล้วล้างออก เพียงเท่านี้คุณก็จะได้เส้นผมที่นุ่มสลวย มีชีวิตชีวา พร้อมใบหน้าอ่อนเยาว์กว่าวัย

ฝรั่งสด
นี่ก็เป็นผลไม้ที่เรารับประทานกันอยู่ทุกวัน ใครเลยจะรู้ว่าฝรั่งสามารถช่วยกระตุ้นและทำความสะอาดผิวหน้าได้ดีเยี่ยม นอกจากจะได้รสชาติที่อร่อยแล้ว ยังได้วิตามินซีไปช่วยดูแลร่างกายอีกด้วย

วิธีง่ายๆ คือ
- นำเนื้อฝรั่ง 1 ลูกมาปั่น แล้วเอาเฉพาะส่วนที่เป็นเนื้อมาพอกหน้าทิ้งไว้ 15-20 นาทีแล้วล้างออก
ก็จะช่วยให้ใบหน้าที่เคยหมองคล้ำกลับมาผ่อนใสได้
ส่วนน้ำฝรั่งที่เหลือก็อย่าเอาไปทิ้งล่ะ เติมเกลือนิดหน่อย ใครที่ชอบรสหวานอาจใช้น้ำเชื่อมเล็กน้อย มาผสมกันเข้าแล้วดื่ม

มะม่วง
มะม่วงข้อแม้อันดับแรกก็คือ ต้องเป็นมะม่วงสุกเท่านั้นจึงนำมาใช้ได้

วิธีการคือ
- นำมะม่วงสุกมาฝานเป็นชิ้นบางๆ แล้วใช้ช้อนยีให้ละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน
- จากนั้นก็นำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 15 นาที ระหว่างนี้ห้ามขยับใบหน้า ห้ามยิ้ม ห้ามพูดโดยเด็ดขาด
- แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
สูตรนี้จะทำให้ผิวหน้าของคุณเกลี้ยงเกลา สะอาด ไร้รอยเหี่ยวย่น

มะละกอ
สำหรับคนที่มืออยู่ไม่สุข ชอบบีบหรือแกะเม็ดสิวจนทำให้เกิดจุดด่างดำบนใบหน้า วิธีนี้จะช่วยป้องกันการอักเสบ ช่วยกระตุ้นและละลายสิ่งสกปรกออกจากผิวหน้า ทำให้ใบหน้าสดใส และจุดด่างดำก็จะค่อยจางหายไป

วิธีการคือ
- ให้นำมะละกอสุกมาบดให้ละเอียด
- แล้วพอกหน้าทิ้งไว้ 15-20 นาทีค่อยล้างออก


แตงโม
ความชุ่มชื้นของน้ำแตงโมจะช่วยปรับสภาพผิวหน้า หลังการตากแดดให้กลับมามีสภาพดีดังเดิมได้ แค่นี้ผิวพรรณของเราก็จะกลับมาสดชื่นและนุ่มนวลดังเดิม

วิธีการทำง่ายมาก
- โดยการนำน้ำแตงโมงครึ่งถ้วยมาทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้สัก 20-30 นาที
- แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่นและตามด้วยน้ำเย็นอีกรอบ
- หรือจะนำเนื้อแตงโมมาฝานบางๆ ไปแช่เย็น แล้วเอามาวางให้ทั่วบนใบหน้าและลำคอ

น้ำส้ม
นอกจากจะอร่อยแล้ว น้ำที่นางเอกนิยมดื่มชนิดนี้ ยังเป็นอาหารสำหรับผิวอย่างดีด้วย เนื่องจากน้ำส้มมีวิตามินซีสูง จึงช่วยให้ผิวชุ่มชื่น ไม่มัน ช่วยปรับสมดุล กระชับผิว ปราศจากผดผื่น ไม่ทำให้เกิดสิว และฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ดีด้วย
การดูแลในหน้าด้วยน้ำส้ม

วิธีทำ
- นำน้ำส้มประมาณ 1/2 ถ้วยมาผสมกับน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
- แล้วทาหน้าทิ้งไว้ 20 นาทีก่อนล้างออก
- ทำเป็นประจำสัปดาห์ละครั้ง หรือ 2 ครั้ง จะช่วยให้ใบหน้าเรียบเนียนได้


สตรอเบอร์รี่
เมื่อคนอายุมากขึ้น ใบหน้าก็เริ่มมีริ้วรอย และไม่สดใสเหมือนตอนเป็นวัยรุ่น ปัญหานี้สตรอว์เบอร์รี่ช่วยได้

วิธีทำ
- โดยการนำสตรอว์เบอร์รี่ 8-10 ผลมาปั่น ไม่ต้องให้ละเอียดมากนัก
- แล้วพอกหน้าทิ้งไว้ 25 นาที ห้ามขยับใบหน้าระหว่างการพอกหน้าด้วย
- แล้วล้างออก ทำทุกๆ 3 วันผลที่ได้รับรองว่าจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง
++ แถมกันทิ้งท้ายอีกหน่อย ด้วยสูตรบำรุงเส้นผมจากสตรอว์เบอร์รี่
ให้นำสตรอว์เบอร์รี่ 5 ผล ไข่ไก่ 2 ฟอง น้ำมันมะกอก 1 ช้อนชา มาปั่นรวมกัน
แล้วนำมานวดหลังการสระผม ทิ้วไว้ประมาณ 15 นาทีแล้วล้างออก
จะช่วยให้เส้นผมเงางามและมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของสตรอว์เบอร์รี่โชยแตะจมูกทั้งวัน



เกือบลืมบอกไปว่า สูตรการบำรุงผิวหน้าด้วยผลไม้ที่นำมาเล่าให้ฟังนี้ ควรทำใช้เป็นครั้งๆ อย่าไปผสมทิ้งไว้ เพราะจะให้สูญเสียคุณประโยชน์จากผลไม้ไป

อีกอย่างหนึ่งที่เราต้องตระหนักคือว่า การบำรุงผิวหน้าด้วยวิธีนี้จะต้องใช้เวลา เพราะร่างกายจะค่อยๆ ปรับสภาพผิวให้ดีขึ้น ดังนั้นคนที่รักจะสวยด้วยวิธีธรรมชาติ ต้องท่องคำว่า “ใจเย็น” ไว้ให้ขึ้นใจ

หน้าจะเด้งไม่เด้งก้อต้องจ๊ายเย็น ๆ

This post has been edited by ChocKery~NoNNY: 30 March 2007 - 03:25 PM

0

#13 User is offline   NoNNY 

  • สุดยอดแฟนพันธ์แท้
  • Icon
  • View blog
  • Group: Forum Moderator
  • Posts: 2,014
  • Joined: 23-March 05
  • Gender:Female

Posted 01 April 2007 - 01:25 PM

QUOTE(ScoutMF @ Mar 30 2007, 03:06 PM) View Post

มีเกี่ยวกับการดูแล รักษา และบำรุง ผมและหนังหัวมะ 24.jpg


มาแล้วหนังหัว เอานี้ไปก่อนตามมาเรื่อย ๆ ().jpg

เคล็ดลับขจัด "รังแค"

"รังแค" อาจจะเป็นปัญหาต้น ๆ ที่เกิดกับผม ซึ่งหลายคนที่เป็นรังแคอาจเกิดความวิตกว่า ที่เกิดรังแคเพราะสุขภาพผมเราไม่ดีหรือเปล่า ซึ่งอาจจะทำให้เราดูเสียบุคคลิกไปเลยก็ได้ เพราะเวลาจะไปไหนมาไหน ก็ต้องมานั่งกังวล ปัดซ้ายปัดขวากันคนอื่นเห็นรังแค ซึ่งวันนี้เกร็ดความรู้ของเราก็จะมาบอกถึงสาเหตุของการเกิดรังแค และวิธีการรักษาอย่างง่าย ๆ มาฝากกันค่ะ

1. น้ำอุ่น เพิ่มปริมาณรังแค : การสระผมด้วยน้ำอุ่นจะไปละลายชั้นไขมันบนหนังศีรษะออก ส่งผลให้หนังศีรษะแห้งและลอกเป็นขุย เกิดรังแคในที่สุด จึงควรเลิกสระผมด้วยน้ำอุ่น

2. แดดจัดจ้า : ตัวการทำลายผม ทำให้ผมชี้ฟู ขาดน้ำหนัก และไม่เงางาม แสงแดดจะเข้าไปทำลายโปรตีนในเส้นผม และทำให้ผมหยาบ จึงควรหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับแสงแดด และควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์แชมพูที่ช่วยบำรุงเส้นผมอย่างล้ำลึก

3. สิงห์อมควัน ผมเสียไม่รู้ตัว : เพราะควันบุหรี่จะเกาะบนเส้นผมทำให้ผมขาดความมันเงา และส่งผลให้สภาพศีรษะแห้งกว่าปกติ

4. นวดบำบัด ขจัดรังแค : ทุกครั้งที่สระผม ควรนวดหนังศีรษะเบาๆ จะช่วยผ่อนคลายความเครียด และขจัดเซลล์หนังศีรษะที่ตายให้หลุดลอกได้ง่ายขึ้น

5. ควรเลือกแชมพูที่เหมาะสมกับสภาพเส้นผมและหนังศีรษะ และควรล้างแชมพูให้สะอาดทุกครั้งหลังสระผมเพื่อขจัดสารเคมีที่ตกค้าง

พ.ญ.ภาวาส เทียมเศวต แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงด้านหนังศีรษะและเส้นผม กล่าวว่า การกำจัดรังแคทำได้ด้วยวิธีการง่ายๆ
เพียงใช้ยาสระผมที่ช่วยขจัดรังแคอย่างสม่ำเสมอ หลังสระผมควรใช้ผ้าขนหนูที่แห้งสะอาดซับหนังศีรษะและเส้นผม ที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงการใช้ผ้าที่เปียกชื้นและไม่ใช้ผ้าร่วมกับผู้อื่น และหลีกเลี่ยงการเกาที่ทำให้หนังศีรษะเกิดแผลอักเสบ

นอกจากนี้ควรรับประทานอาหารที่มีธาตุสังกะสี วิตามินบี ซีและอี อยู่เสมอ เพื่อบำรุงหนังศีรษะ วิธีเหล่านี้เป็นการรักษาปัญหารังแคเบื้องต้น หากมีปัญหาควรรับการรักษาภายใต้การดูแลของแพทย์ เท่านี้ปัญหารังแคก็จะไม่มารบกวนคุณอีกต่อไป...


0

#14 User is offline   NoNNY 

  • สุดยอดแฟนพันธ์แท้
  • Icon
  • View blog
  • Group: Forum Moderator
  • Posts: 2,014
  • Joined: 23-March 05
  • Gender:Female

Posted 01 April 2007 - 01:28 PM


ปัญหาผมร่วง แก้ได้!!!

ปัญหาผมร่วงนั้นนับว่าเป็นธรรมชาติของมนุษย์ ซึ่งเมื่อเรามีอายุมากขึ้นเส้นผมก็เริ่มหมดอายุลง หลุดร่วงไปบ้าง แต่ก็จะมีการสร้างใหม่ขึ้นทดแทน แต่ในบางคน ผมร่วงก่อนวัย ก็จะไม่มีการสร้างขึ้นมาใหม่ ซึ่งเราต้องรู้ถึงสาเหตุของการเกิดผมร่วงด้วยว่าเกิดจากสาเหตุใด เพื่อที่จะหาวิธีป้องกัน ซึ่งวันนี้เราก็มีวิธีการดูแลเส้นผมเพื่อป้องกันผทร่วงเบื้องต้นมาฝากค่ะ แต่ก่อนอื่น ไปดูกันก่อนว่า สาเหตุที่ทำให้เส้นผมเราหลุดร่วงไปได้นั้นมีอะไรบ้าง

สาเหตุหลักที่ทำให้ผมร่วง

ได้รับสารเคมีบ่อยๆ เป็นประจำ เช่น น้ำยาดัดผม, สเปรย์, คลอรีนที่อยู่ในน้ำ
ใช้ยาสระผม และครีมนวดผม ที่ไม่ถูกกับหนังศรีษะ
- เกิดจากความเครียด
- ติดยาเสพติด, ติดบุหรี่
- เป็นโรคร้าย เช่น มะเร็ง
- ขาดสารอาหาร โดยเฉพาะโปรตีนจากสัตว์
- ภาวะหลังคลอดบุตร ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ไม่ต้องตกใจนะ ผมที่ร่วงหลุดไป จะมีการสร้างขึ้นมาใหม่อีก

การป้องกันไม่ให้ผมร่วง

- เลือกรับประทานอาหารและของที่มีประโยชน์กับเส้นผม เช่น ธัญพืช, ข้าวกล้อง, งาดำ, เมล็ดทานตะวัน, ฟักทอง
- ควรนวดหนังศรีษะเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด เพื่อบำรุงรากผมบ้าง
- ควรทำความสะอาดผมอย่างสม่ำเสมอ
- ควรใส่ครีมบำรุงผม ทุกครั้งที่สระผม
- ควรรับประทานแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อรากผม เช่น Biotin ซึ่งมีคนรับประทานเยอะมาก และส่วนมากอาการผมบางจะดีขึ้น มีการสร้างผมใหม่ขึ้นมาทดแทน, Zine ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่เมื่อร่างกายเราขาด จะทำให้ผมร่วง

ลองนำวิธีเหล่านี้ไปปฏิบัติดูนะค่ะ เพื่อสุขภาพของเส้นผมของคุณเอง

0

#15 User is offline   NoNNY 

  • สุดยอดแฟนพันธ์แท้
  • Icon
  • View blog
  • Group: Forum Moderator
  • Posts: 2,014
  • Joined: 23-March 05
  • Gender:Female

Posted 01 April 2007 - 01:32 PM


สูตรดูแลผมสวยด้วยน้ำส้มสายชู

หากคุณเลือกได้ระหว่างการจ่ายเงินแพง ๆ ซื้อผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผลกับการเนรมิตผมงามด้วยน้ำส้มสายชูหนึ่งขวดซึ่งมีราคาเพียงไม่กี่บาท ทำไมไม่ลองเลือกประหยัดเงินดูล่ะคะ ด้วยเคล็ดลับความงามจากการใช้น้ำส้มสายชู ต่อไปนี้ นอกจากจะช่วยให้คุณมีเส้นผมเป็นเงางามแล้ว ยังช่วยคืนสภาพเส้นผมที่แห้ง และแตกปลายให้กลับมีสุขภาพดีขึ้นด้วย
=======================================
1. เติมน้ำส้มสายชู 4 ช้อน ชาลงในแชมพู 2 ช้อนโต๊ะ ชโลมให้ทั่วศรีษะขณะสระผม
=======================================
2. ใช้น้ำส้มสายชูชนิดใสสำหรับสีผมอ่อน และน้ำส้มสายชูบัลซามิค (Balsamic vinegar) สำหรับผมที่มีสีเข้ม
=======================================
3. น้ำส้มสายชูที่ทำจากแอปเปิ้ล (Apple Cider Vinegar) จะช่วยในการขจัดแชมพูส่วนเกินที่ตกค้างอยู่บนหนังศรีษะ และ ปรับสภาพเส้นผมได้เป็นอย่างดีเมื่อใช้ในการล้างผมขั้นสุดท้ายอาจผสมน้ำอุ่น ในปริมาณที่เท่ากันก่อนใช้ก็ได้
=======================================
4. ใช้น้ำส้มสายชูชนิดใสครึ่งถ้วยผสมน้ำมะนาวครึ่งถ้วย หมักผม 10 นาที ก่อนสระผมจะช่วยให้สีผมที่คุณย้อมไว้เข้มขึ้น
=======================================
5. ผสมน้ำส้มสายชู ชนิดที่ทำจาก ไวน์ (Wine Vinegar) กับซอสถั่วเหลือง ใช้หมักผมและทิ้งไว้ 15 นาที ก่อนล้างออกจะช่วยขับสีผมที่เข้มหรือดำให้ดำขึ้นทีละน้อย ทั้งนี้นอกจากซอสถั่วเหลืองจะมีโปรตีนที่ช่วยบำรุงเส้นผมให้แข็งแรงขึ้นแล้ว ยังมีเม็ดสีซึ่งจะช่วยให้ผมดำเข้มขึ้นอีกด้วย


รู้สึกว่าสูตรนี้จะใช้ของ หรูไฮ เกิดไป 017.jpg

0

#16 User is offline   NoNNY 

  • สุดยอดแฟนพันธ์แท้
  • Icon
  • View blog
  • Group: Forum Moderator
  • Posts: 2,014
  • Joined: 23-March 05
  • Gender:Female

Posted 01 April 2007 - 01:35 PM

ร้อนนี้ปิดเทอมด้วย คงมีคนคิดเปลี่ยนสีผมกันเนอะ เลยเอานี้มาฝาก

แนะทำสีผมให้ปลอดภัยต้องมีความรู้

รศ.น.พ.ปิติ พลังวชิรา ผอ.ศูนย์ผิวหนัง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เปิดเผยว่า วัยรุ่นปัจจุบันนี้นิยมทำไฮไลต์ การทำไฮไลต์เป็นการทำให้สีผมจางลง อ่อนลง หรือเปลี่ยนสีผมเป็นสีต่างๆ ตามแฟชั่น คนที่ทำไฮไลต์จะผ่านการฟอกสี ซึ่งมีผลทำให้สีผมจางลง นอกจากนั้นยังมีผลต่อเคอราตินของเส้นผม และไปเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติอื่นของเส้นผม เช่นทำให้เส้นผมแห้ง หยาบ เปราะ ยุ่งง่าย ผมมีรูมาก ทำให้ผมดูดน้ำได้มาก ผมแห้งช้า อ่อนแอและขาดง่าย

สารฟอกสีผมมีอยู่มากมาย ได้แก่ กลุ่มไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ต้องใช้ร่วมกับสารตัวอื่น เช่นแอมโมเนีย เพื่อให้มีคุณสมบัติเป็นด่างก่อนทำให้ฟอกสีผมได้เร็วขึ้น เพราะถ้าใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์อย่างเดียวจะฟอกสีได้ค่อนข้างช้า

กลุ่มเปอร์ซัลเฟต อยู่ในรูปเกลือโซเดียม โพแทสเซียม และแอมโมเนีย แต่ก็ไม่เป็นที่นิยม เพราะว่ากลุ่มนี้อาจมีการระคายเคืองได้ง่าย นอกจากนี้ยังมีสารโซเดียมเปอร์คาร์บอเนต เปอร์บอเรต แมกนีเซียมไดออกไซด์ หรือแบเรียมไดออกไซด์

ขั้นตอนการฟอกสีต้องอาศัยปฏิกิริยาออกซิเดชั่น เพื่อจะทำให้เมลานินมีการเปลี่ยนแปลง เกิดเป็นสารใหม่ซึ่งละลายได้ดีในด่างและเมลานิน ซึ่งเป็นตัวกำหนดให้ผมมีสีดำเหล่านั้นจะถูกกำจัดออกโดยการชำระล้าง ทำให้ผมมีสีจางลง

ในปัจจุบันสารฟอกสีอยู่ในรูปสารละลาย ครีม แชมพู แต่ที่ใช้กันมากที่สุดคือฟอกโดยใช้ส่วนผสมระหว่างโฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์และแอมโมเนีย บางรายต้องการให้เส้นผมมีสีจางมากๆ อาจจะใช้สารพวกเปอร์ซัลเฟตร่วม การฟอกสีผมต้องใช้เทคนิคเข้าช่วยด้วยการไม่ควรสระผมก่อน เพราะไขมันบนหนังศีรษะจะถูกชำระล้างไป ทำให้ไม่มีสารไขมันปกป้องผิว จะทำให้เกิดการระคายเคืองได้ง่าย เวลาฟอกสีผมควรฟอกบริเวณปลายผมก่อน แล้วจึงฟอกบริเวณโคนผม เพราะโคนผมจะถูกฟอกสีได้ง่ายกว่า เนื่องจากความร้อนบริเวณหนังศีรษะจะทำให้โคนผมตอบสนองต่อน้ำยาเปลี่ยนสีได้มากกว่าส่วนอื่น

หลังฟอกสีผมจะต้องสระผม และเลือกใช้ยาสระผมที่มีฤทธิ์เป็นกรด ซึ่งมักจะมีฟองน้อย และการชำระล้างไม่ดีเท่ายาสระผมธรรมดา เพราะไม่ต้องการทำความสะอาดมากเกินไป ดังนั้นควรสระเพียงเบาๆ ก็เพียงพอ หลังจากนั้นให้ล้างน้ำออกสัก 1 ครั้ง

หลังจากฟอกสีผมแล้ว สามารถแต่งสีผมได้ตามแฟชั่นนิยม ซึ่งเรียกว่าการทำไฮไลต์ อาจมีสีเขียว น้ำตาล แดง ม่วง น้ำเงิน สีทอง สีบรอนซ์ พบว่ามีขายทั่วไปในรูปของเจลสี และหลังจากทำไฮไลต์แล้ว สีเหล่านี้จะเคลือบติดผมอยู่นาน เวลาสระผมด้วยแชมพูสีเหล่านี้สามารถคงอยู่ได้นาน โดยสามารถสระผมได้ประมาณ 20 ครั้งสีจะค่อยๆ จางลง การทำไฮไลต์ในลักษณะนี้ราคาแพง

สำหรับกลุ่มที่ทำไฮไลต์โดยการฉีดสเปรย์หรือใช้มาสคาร่าอาจไม่ต้องฟอกสีโดยใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์และแอมโมเนียก่อน สามารถใช้สเปรย์และมาสคาร่าได้เลย แต่ด้วยวิธีนี้สีผมใหม่จะไม่คงทนถาวร สระครั้งเดียวสีจะหลุดออกจากเส้นผม

หากต้องการย้อมผมโดยใช้สีแบบถาวร ส่วนใหญ่อยู่ในรูปของครีม สีประเภทนี้จะคงทนถาวรต่อการสระผม การแปรงผม การหวีผม และทนต่อแสง หากเลือกวิธีนี้สามารถย้อมผมได้เลย เนื่องจากครีมที่ใช้มักมีสารพวกไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์และสีผสมกันอยู่แล้ว พวกนี้มีหลายสีให้เลือก


ข้อควรระวังเมื่อเกิดการแพ้สารฟอกสี ควรจะทดสอบก่อน ถ้าพบว่ามีอาการระคายเคืองควรเลือกใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ที่เข้มข้นน้อยลงและ
ลดระยะเวลาลง นอกเหนือจากอาการแพ้ระคายเคืองแล้ว ไม่ควรย้อมผมหรือฟอกสีผมขณะที่หนังศีรษะ ใบหน้า คอมีแผล รอยถลอก หรือมีปัญหาเกี่ยวกับผิวหนัง และถ้าจะทำเองอย่าให้ครีมย้อมผมเข้าตา


This post has been edited by ChocKery~NoNNY: 01 April 2007 - 01:36 PM

0

#17 User is offline   AirUpThere720C 

  • HotSauce
  • PipPipPipPipPip
  • View blog
  • Group: Gold Members
  • Posts: 651
  • Joined: 04-September 05
  • Gender:Male
  • Location:Nakhon Sawan
  • Interests:AND1

Posted 03 April 2007 - 07:50 PM

สุดยอดเลยนะคับขอบคุนมากรุ้สึกว่าเอามาจากหนังสืออะไรสักอย่างเคยอ่านผ่านๆๆ
<!--http://img372.imageshack.us/img372/2281/banneryo0.gif-->
ห้ามมีลายเซ็นที่เป็นภาพหรือข้อความที่มีขนาดใหญ่มากกว่า 100 กิโลไบต์ โดยรวมทั้งหมด ไม่ว่ารูปหรือข้อความในลายเซ็นจะอยู่ในนามสกุลของไฟล์ใดก็ตาม

เยี่ยมเว็บบอร์ด ม.6โพฒิสาร

Hi5 ผมเองค้าบบ
0

#18 User is offline   UNO 

  • สุดยอดแฟนพันธ์แท้
  • PipPipPipPipPipPip
  • Group: Exclusive Members
  • Posts: 1,121
  • Joined: 26-July 02

Posted 03 April 2007 - 09:33 PM

มีแนะนำครีมทาตัวใหม่ หรือสปา ผิวแห้ง มัน แผลเป็นเยอะ
ลายเซ็นยาวทำให้บอร์ดเสียรูปนะครับ
0

#19 User is offline   NoNNY 

  • สุดยอดแฟนพันธ์แท้
  • Icon
  • View blog
  • Group: Forum Moderator
  • Posts: 2,014
  • Joined: 23-March 05
  • Gender:Female

Posted 16 April 2007 - 03:13 PM

หายไปนานขุดขึ้น มา อึ๊บ อึ๊บ

การจัดการกับรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า

วิทยาศาสตร์การแพทย์มีการศึกษาวิจัยอย่างมากมายถึงสาเหตุปัจจัยต่าง ๆ ที่เป็นต้นเหตุของการเสื่อมสภาพของผิวหนังคนเรา นักวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์พบว่าริ้วรอยเหี่ยวย่นของผิวหนังเกิดจากสาเหตุหลัก ๆ 2 ประการ คือ

- เกิดจากรังสีดวงอาทิตย์ มีผลทำลายเซลผิวหนังโดยตรง ทำให้ผิวหนังเกิดริ้วรอย แห้ง เหี่ยวย่น ดำคล้ำและหนาหยาบกร้าน

- เกิดจากอายุที่มากขึ้น เกิดการเปลี่ยนแปลง ของร่างกายภายในโดยเฉพาะอย่างยิ่งการลดลง ของฮอร์โมนเพศทำให้เซลผิวหนังมีคุณภาพคุณ สมบัติเสื่อมลง ความยืดหยุ่นลดลง การอุ้มน้ำของเซลผิวหนังลดประสิทธิภาพลง สีผิวซีดลงเพราะเซลสร้างเม็ดสีเสื่อมสภาพ ผิวหนังบางลงเนื่องจากการสร้างเซลผิวหนังน้อยลง พร้อม ๆ กับกระดูกก็บางลงด้วย

ดังนั้นจะพบว่าอาการเหี่ยวย่นของผิวหนังที่เกิดจากปัจจัยแก่แดดแก่ลม จะแตกต่างจากการแก่โดยวัยอย่างสิ้นเชิง งานวิจัยมากมายที่พบว่าทั้งปัจจัยที่ 1 และ 2 สามารถยับยั้งหรือชลอความเหี่ยวย่นของผิวหนังได้ด้วยวิธีต่าง ๆ
การใช้ครีมกันแดดทาให้ทั่วผิวหน้าก่อนการอาบแดดหรือโดนแดดจัด ๆ แรง ๆ จะช่วยปกป้องผิวหน้าได้มาก ส่วนการชลอความเหี่ยวย่นอันเกิดจากอายุที่มากขึ้นนั้นจำเป็นต้องดูแลด้วยวิธีต่าง ๆ พร้อม ๆ กัน ไม่ใช่เพียงการใช้เครื่องสำอางอย่างเดียว เช่น ลดความเครียดในชีวิตประจำวัน เพราะความเครียดทำให้เส้นเลือดใต้ผิวหนังหดตัว เซลผิวจะเสื่อมไวเพราะขาดสารอาหารที่จำเป็น ผิวหนังจำเป็นต้องได้รับความชุ่มชื้นให้มาก เพื่อให้เซลผิวเต่งตึงและมีความยืดหยุ่น

สารที่ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว กระตุ้นการสร้างเซลใหม่และเพิ่มความยืดหยุ่นของผิวหนังซึ่งได้ผ่านการวิจัยมีมากมาย เช่น ว่านหางจระเข้ (อโลวีร่า) วิตามินอี วิตามินเอ กรดไขมัน กรดผลไม้ สารคอลลาเจนและอีลาสติน คิว-10 กรดไขมัน กรดผลไม้และสารต้านอนุมูลอิสสระต่าง ๆ รวมถึงสมุนไพรหลากชนิด

ปัจจัยสำคัญที่เราควรทราบคือ ทำอย่างไรไม่ให้ผิวหนังสูญเสียความชุ่มชื้นมากเกินไป เพราะนั่นคือสาเหตุหลักที่ทำให้ผิวหนังเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นก่อนวัย

ผู้ที่นอนในห้องแอร์ ทำงานในห้องแอร์ อากาศในห้องจะแห้งมาก ผิวหนังจะสูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่ายและรวดเร็ว และผู้ที่ใช้สารทำความสะอาดที่มีฟองมาก ๆ จะทำให้ผิวหนังแห้งมาก หลังอาบน้ำจึงควรใช้ครีมบำรุงผิว ซึ่งโดยทั่วไปจะประกอบไปด้วยน้ำมัน น้ำ และสารที่ให้ความชุ่มชื้นต่อผิว เนื้อครีมบำรุงจะช่วยเคลือบผิวหนัง ลดการสูญเสียความชุ่มชื้นของผิวหนังสู่บรรยากาศได้มาก

เครื่องสำอางจะเหมือนแฟชั่นเสื้อผ้าของผู้หญิงที่จะมีการวิจัยค้นคว้าเพื่อให้เกิดสินค้าใหม่ ๆ เป็นการแข่งขันกันในเชิงการตลาด สารใหม่ ๆ เหล่านี้ทำให้ผู้บริโภคตื่นเต้นแต่สับสน เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ ผู้บริโภคจะพบความจริงว่าเครื่องสำอางเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันกันสูงมาก ผู้ผลิตและนักวิจัยจึงพยายามหาสารใหม่ ๆ ที่พอจะเป็นประโยชน์ต่อผิวหนังมาเป็นพระเอกและนางเอก ซึ่งความนิยมและราคาก็เปลี่ยนไปตามยุคสมัย ดังนั้นผู้บริโภคไม่จำเป็นต้องตื่นเต้นมากกับสารใหม่ ๆ ที่มีการโฆษณา แต่ควรพิจารณาการดูแลร่างกายและผิวหนังเราเองโดยหลักการสำคัญ ๆ ตามที่ให้คำแนะนำในตอนต้นแล้ว

การใช้เครื่องสำอางบำรุงผิวจะสามารถช่วยลดและชลอความเสื่อมของผิวหนังได้จริงไม่ต้องสงสัย แต่ควรจะใช้ควบคู่กับการออกกำลังกายเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของระบบเลือดในร่างกาย และการรับประทานอาหารที่เหมาะสม
หากใช้เครื่องสำอางราคาแพงที่คิดว่าดีและได้ผลแต่ไม่ดูแลร่างกายและจิตใจก็คงจะไม่เกิดผล

เครดิต http://www.healthnet.in.th

โดย รศ.ดร.พิมลพรรณ พิทยานุกูล คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

This post has been edited by ChocKery~NoNNY: 16 April 2007 - 03:14 PM

0

#20 User is offline   NoNNY 

  • สุดยอดแฟนพันธ์แท้
  • Icon
  • View blog
  • Group: Forum Moderator
  • Posts: 2,014
  • Joined: 23-March 05
  • Gender:Female

Posted 16 April 2007 - 03:18 PM


8 อาหารอันตราย! เมื่อท้องคุณว่าง

คุณทราบไหมว่าเมื่อท้องของคุณว่างแล้วคุณรับประทานอาหารเข้าไป อาจส่งผลร้ายต่อสุขภาพของคุณได้ เพราะฉะนั้น ก่อนที่จะรับประทานอาหาร ควรเลือกชนิดของอาหารเสียก่อน อาหารที่ไม่ควรรับประทาน ขณะท้องว่างมีชนิดใดบ้าง มีบางชนิดที่เราแทบไม่เชื่อเลยล่ะ

กล้วย
เพราะกล้วยอุดมไปด้วยธาตุแมกนีเซียม การรับประทานกล้วย ขณะท้องว่าง จะทำให้ปริมาณธาตุแมกนีเซียมในเลือดสูงขึ้น ทำให้สูญเสียสัดส่วนของแคลเซียมและแมกนีเซียมไป เป็นการยับยั้ง การทำงานของหลอดเลือดหัวใจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ อย่างยิ่ง

กระเทียม
เพราะการรับประทานกระเทียมขณะท้องว่าง จะทำให้เยื่อบุกระเพาะอาหาร ได้รับการกระตุ้นเกิด โรคกระเพาะอาหารอักเสบอย่างรุนแรง

ผัก
การรับประทานผักอย่างเดียวขณะท้องว่าง จะทำให้กระเพาะอาหารเกิดอาการผิดปรกติ

นมและนมถั่วเหลือง
แม้ว่านมถั่วเหลืองจะอุดมไปด้วยโปรตีน แต่จะเกิดประสิทธิภาพมากที่สุด เมื่อกระเพาะอาหาร มีสารอาหารประเภทแป้งอยู่ด้วย ดังนั้นในขณะที่ท้องว่างจึงไม่ควรรับประทาน

เหล้า
หากดื่มเหล้าในขณะท้องว่าง จะไปกระตุ้นเยื่อบุกระเพาะอาหาร ทำให้เป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบ และเป็นแผลในกระเพาะอาหารได้

น้ำตาลหรืออาหารหวาน
ไม่ควรรับประทานอาหารหวาน หรือน้ำตาล เช่น น้ำอัดลม ช็อกโกแลต เพราะหากรับประทานขณะท้องว่าง จะทำให้โปรตีนรวมตัวกับน้ำตาลส่งผลต่อการดูดซึมโปรตีนทุกชนิด และลดสมรรถภาพการทำงานของระบบหมุนเวียนเลือดและไต

ชา
ที่แก่เกินไป ชาทำให้กรดเกลือในน้ำย่อย ในกระเพาะอาหารเจือจาง ส่งผลให้การทำงาน ของระบบย่อยอาหารลดลง และเกิดอาการใจสั่น เวียนศีรษะ มือเท้าไม่มีแรง จิตใจไม่สงบ

ลูกพลับ
ไม่ควรรับประทานลูกพลับในขณะที่ท้องว่าง เพราะกระเพาะอาหารจะหลั่งกรดเกลือออกมามาก หากไปรวมตัวกับยาง และสารแขวนลอยในลูกพลับแล้วจะทำให้เจ็บหน้าอก คลื่นไส้ และเป็นแผลในกระเพาะอาหาร

นอกจากนั้น ยังไม่ควรอาบน้ำ และออกกำลังกายด้วยเช่นกัน เพราะการอาบน้ำและการออกกำลังกาย ในขณะที่ท้องว่าง จะทำให้เกิดอาการช็อก เนื่องจากน้ำตาลในเลือดต่ำได้ง่าย

0

  • (2 Pages)
  • +
  • 1
  • 2
  • You cannot start a new topic
  • This topic is locked

1 User(s) are reading this topic
0 members, 1 guests, 0 anonymous users




ประกาศ ! : ข้อความที่ถูกพิมพ์ หรือเผยแพร่ออกจากเว็บบอร์ด Thaiware Community Board แห่งนี้ ถือเป็น ความคิดเห็นส่วนบุคคลทั้งสิ้น ซึ่งทางเว็บไซต์ Thaiware.com จะ ไม่รับผิดชอบ ต่อสิ่งที่เกิดขึ้น อันเป็นเหตุมาจากการพิมพ์จากทางผู้ใช้ และสมาชิก แต่อย่างไรก็ตามถ้าหาก ท่านใดพบ ข้อความที่เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม ได้ถูกเผยแพร่ลงในเว็บไซต์ อาทิเช่น คำพูดที่ลบหลู่ ดูหมิ่นต่อ ความมั่นคงของชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย์ รวมไปถึงการเผยแพร่รูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ สิ่งผิดกฏหมายต่างๆ กรุณาแจ้ง ทางทีมงาน มาได้ที่ webmaster@thaiware.com หรือ โทรศัพท์มาแจ้งได้ที่ 0-2635-0744 (ทุกวัน จันทร์ - ศุกร์ เวลา 9.30 - 17.30 น.) ซึ่งเราจะรีบดำเนินการลบโดยเร็วที่สุด ...