Jump to content


ประกาศย้าย Thaiware Community ไปที่ QA.THAIWARE.COM

ขณะนี้ทางเว็บ Thaiware.com ได้เปิด บริการใหม่ภายใต้หัวข้อ THAIWARE Q&A (ถาม - ตอบ) เมื่อต้นเดือน มกราคม พ.ศ. 2556 (2013) ที่ผ่านมา หากใครมีข้อสงสัย มีคำถามต่างๆ จะสอบถาม เรามีทีมงานที่จะคอยดูแลตอบคำถาม ไขข้อข้องใจตลอดเวลา


สำหรับในหน้า COMMUNITY.THAIWARE.COM นี้เราจะเก็บเอาไว้เป็นคลังกระทู้เก่า เพื่อค้นคว้าหาความรู้ที่เคยพูดคุยกันมา ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งต่อไปโดยจะไม่สามารถตั้งกระทู้ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ ในหน้านี้ได้ ดังนั้นขอเชิญที่ QA.THAIWARE.COM แทน สำหรับสมาชิกเก่าในที่นี้ กรุณาสมัครสมาชิกใหม่อีกครั้งก่อนการใช้งานที่ THAIWARE Q&A (ถาม - ตอบ)


ขอบคุณที่ใช้บริการตลอดมา
ทีมงาน Thaiware.com
หากมีข้อสงสัยติดต่อ 0-2635-0455 ต่อ 4



Photo

มาทำ PC ให้กลายเป็น Web Server กันเถอะ


  • Please log in to reply
32 replies to this topic

#1 lek_pantip

lek_pantip

    แฟนไทยแวร์ 8-)

  • Gold Members
  • PipPipPipPipPip
  • 532 posts
  • Gender:Male
  • Interests:สุราและนารี (อืมม เข้าท่า)

Posted 15 May 2007 - 12:30 AM

สวัสดีครับท่านพี่ ท่านน้อง ท่านปู่ ท่านป้า ท่านตา ท่านยาย ชาวเวปบอร์ดไทยแวร์ทุกท่าน สืบเนื่องจากผมเห็นกระทู้หนึ่งใน Networking Forum ร่ำร้องถามถึงการทำให้เครื่อง PC ของท่าน กลายเป็น Web Server เพื่อที่จะไม่ต้องไปเสียสตางค์เช่า Hosting เป็นรายปี และก็ไม่ต้องไปจด Domain Name ให้มันเสียสตางค์และเวลาเพิ่มเข้าไปอีก เอาล่ะครับ ในฐานะสมาชิกที่อยู่ในไทยแวร์มานานพอสมควร สั่งสมพลังยุทธ์มาก็พอประมาณ พอเห็นกระทู้นี้เข้า ก็ชักอยากเอามาทำเป็น LAB คอมพ์ฯ ให้ท่านๆ ได้ลองทำกันดูครับ

กระทู้นี้ จะกล่าวถึงการทำ PC ของท่านให้เป็น Web Server ครับ โดยจะประกอบไปด้วยเนื้อหาเหล่านี้
- การติดตั้ง และ การตั้งค่า Internet Information Service ( IIS )
|- การติดตั้ง World Wide Web Service
|- การติดตั้ง File Tranfer Protocol ( FTP )
|- การตั้งค่า Web Sites ใน IIS
|- การตั้งค่า FTP Sites ใน IIS

- การตั้งค่า Firewall ของ Windows และ การ Forward Port 80 และ Port 21
|- การ Forward Port ของ Router เพื่อให้ส่ง Packet จาก Port 80 ผ่านเข้ามาได้
|- การ Forward Port ของ Router เพื่อให้ส่ง Packet จาก Port 21 ผ่านเข้ามาได้
|- การตั้งค่า Firewall ของ Windows เพื่ออนุญาตให้ Packet ที่ส่งมาจาก Router ผ่าน Port 80 สามารถเข้ามาที่เครื่องได้
|- การตั้งค่า Firewall ของ Windows เพื่ออนุญาตให้ Packet ที่ส่งมาจาก Router ผ่าน Port 21 สามารถเข้ามาที่เครื่องได้

- การสมัครใช้บริการ ที่ http://www.no-ip.com/
|- ยังไม่ได้คิด Content ส่วนนี้ครับ อิอิ

ก่อนอื่นผมต้องขออธิบายความหมายของ Web Server ก่อนนะครับ Web Server โดยความหมายอันรวบรัดของผมแล้ว ก็น่าจะหมายถึง เครื่องคอมพิวเตอร์บนเครือข่ายที่ทำหน้าที่ให้บริการด้าน World Wide Web นั่นเองครับ ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว บริการ ที่จะมีใน Web Server ก็จะมี บริการในการเรียกดูเวป ( www ) และบริการในการจัดการไฟล์ผ่านทางบริการ FTP ( File Tranfer Protocol ) เป็นต้น

เอาล่ะครับ หลังจากพอจะเข้าใจภาพรวมแล้ว เรามาลง LAB นี้กันดีกว่า เริ่มแรกนะครับ สำหรับอุปกรณ์ต่างๆ ที่เราต้องมี ก็จะมีรายการดังน้ครับ
1. แผ่นติดตั้ง Windows XP ( ผมจะเน้นจาก XP นะครับ ส่วนตัวอื่นเช่น 2003 ก็ทำเหมือนกันครับ ) เพื่อใช้ในการติดตั้ง IIS
2. ยี่ห้อ และรุ่นของ Router โดย Router รุ่นนั้นๆ จะต้องสามารถทำการ Forward Port ได้
3. เครื่องคอมพิวเตอร์ ( ก็เครื่อง PC ของท่านน่ะแหละ )
4. สำคัญมาก คือ "ความตั้งใจ"

เมื่อท่านเตรียมทุกอย่างดังนี้พร้อมแล้ว เราก็มาเร่มกันเลยดีกว่าครับ

1. ทำการติดตั้ง IIS ลงบนเครื่องคอมพิวเตอร์ของท่าน
การที่จะทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ของท่านนั้นสามารถที่จะให้บริการ www ได้นั้น ก็จะต้องมีโปรแกรมที่จะทำให้ที่ให้บริการ ( Service ) ก่อน ซึ่งหากคุณใช้ Microsoft Windows XP เป็นระบบปฏิบัติการแล้ว ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องไปหามาจากไหนแต่อย่างใด เพราะทาง Microsoft ได้ทำการบรรจุโปรแกรมที่ว่านี้มาในแผ่นติดตั้งของท่านแล้ว โดย Microsoft เรียกโปรแกรมตัวนี้ว่า Internet Infomation Server หรือเรียกย่อๆ ว่า IIS

สำหรับการติดตั้งตัว IIS นั้น ก็มีวิธีการที่ไม่ยากนัก โดยเริ่มแรก ให้ท่านทำดังนี้
- คลิ๊กที่ปุ่ม Start เลือก Control Panel และเลือกที่ Add or Remove Programs ดังรูป
รูปที่ 1


- เมื่อคลิ๊กแล้ว จะปรากฏหน้าต่าง Add or Remove Programs ขึ้นมา ดังรูป
รูปที่ 2


- มองทางด้านซ้าย แล้วคลิ๊กที่ Add/Remove Windows Components จะได้ดังรูป
รูปที่ 3


- ในกรอบ Components เลือกหา Internet Information Servive (IIS) ดังรูป
รูปที่ 4


- เมื่อเจอแล้วให้ดับเบิ้ลคลิ๊กเข้าไป จะได้ดังรูป
รูปที่ 5


- ให้ติ๊กเครื่องหมายถูกที่ช่อง File Tranfer Protocol ( FTP ) Service และ World Wide Web Service ( เครื่องหมายถูกจะขึ้นมาที่ช่อง Common Files และ Internet Information Service Snap-In เอง ไม่ต้องตกใจครับ คงมันไส้อย่างนั้น ไม่ต้องไปเอามันออก ดังรูป
รูปที่ 6


- จากนั้นคลิ๊ก OK ออกมา จะได้ดังรูป
รูปที่ 7


- ให้กดปุ่ม Next ไปครับ โปรแกรมจะเริ่มตรวจสอบว่าจะต้องใช้ไฟล์ใดบ้างในการติดตั้ง ดังภาพ
รูปที่ 8


- เมื่อระบบตรวจสอบไฟล์ที่ต้องการเรียบร้อยก็จะเรียกขอไฟล์ที่ต้องการ ซึ่งไฟล์เหล่านั้นอยู่ในแผ่นติดตั้ง Windows XP ดังรูป
รูปที่ 9


- ให้เราคลิ๊ก OK จะได้ดังรูป
รูปที่ 10


- จากนั้นให้เราใส่แผ่นติดตั้งเข้าไปในไดรฟ์ CD ROM แล้วทำการ Browse ไปที่ Folder ที่มีชื่อว่า i386 ดังรูป
รูปที่ 11


- คลิ๊กเลือก Open จะได้หน้าจอดังรูป
รูปที่ 12


- คลิ๊ก OK อีกครั้งหนึ่ง ระบบก็จะเริ่มทำการติดตั้ง ดังรูป
รูปที่ 13


ในระหว่างการติดตั้ง หากปรกฏกรอบดังในรูปที่ 12 อีก ก็ให้ทำการ Browse ไปที่ Folder ชื่อ i386 เช่นเดิมแล้วคลิ๊ก OK

- เมื่อระบบทำการติดตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็จะปรากฏหน้าจอดังรูป คลิ๊ก Finish เพื่อ จบการติดตั้ง ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยครับ
รูปที่ 14


เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ การติดตั้ง Internet Information Service หรือ IIS อ่าว แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าตัว IIS มันทำงานอยู่ ไม่ยากครับ เรามีวิธีทดสอบกันดังนี้

- เปิดโปรแกรม Internet Explorer ขึ้นมาครับ แล้วพิมพ์ http://localhost ที่ Address Bar จะได้ดังรูป



เมื่อมาถึงส่วนนี้แล้ว เครื่องของท่านก็พร้อมได้ทำการติดตั้งตัวโปรแกรม IIS เป็นที่เรียบร้อย ซึ่ง ณ. บัดนี้ เครื่องของท่านก็สามารถที่จะให้บริการ www ได้แล้ว แต่โดยทั่วไปแล้ว เราจะทำการปรับตั้งค่ากันเล็กน้อย เพื่อให้การใช้งาน IIS มีประสิทธิ์ภาพมากขึ้นครับ พร้อมกันหรือยังครับ ?? ถ้าพร้อมแล้ว ก็มาเริ่มกันต่อเลยดีกว่า

Edited by lek_pantip, 03 July 2008 - 07:27 PM.


มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร

Mahanakorn University of Technology



#2 lek_pantip

lek_pantip

    แฟนไทยแวร์ 8-)

  • Gold Members
  • PipPipPipPipPip
  • 532 posts
  • Gender:Male
  • Interests:สุราและนารี (อืมม เข้าท่า)

Posted 15 May 2007 - 12:33 AM

2. การตั้งค่า Internet Information Service ( IIS )
หลังจากที่เราทำการติดตั้ง Internet Information Service หรือ IIS เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็เป็นอันทราบกันว่า ตัวโปรแกรมตัวนี้สามารถใช้งานได้ทันที แต่เราควรจะทำการตั้งค่ามันสักเล็กน้อย เพื่อให้มันมีประสิทธิ์ภาพเพิ่มมากขึ้น ในส่วนนี้จะกล่าวถึงเฉพาะการตั้งค่าบางส่วนเท่านั้นนะครับ ส่วนจะตั้งค่าอะไรบ้างนั้น เรามาดูกันครับ

2.1) การตั้งค่าบริการ www
หลังจากที่เราทดสอบกันไปแล้วว่า สามารถเปิดหน้าเพจกันได้เป็นที่เรียบร้อย ทีนี้เราจะมาทำการตั้งค่าในส่วนของบริการ www กันนะครับ โดยเริ่มที่ คลิ๊กที่ Start > Control Panel > Administrative Tools > Internet Information Service ( IIS ) ดังรูปนะครับ



- ก็จะได้ดังภาพนี้นะครับ



- จะเห็นว่ามีชื่อเครื่องคอมพิวเตอร์ของท่านอยู่ ให้คลิ๊กที่เครื่องหมายลบ ( - ) หน้าชื่อเครื่องของท่านนะครับ ก็จะเห็นเป็นดังรูป



- คลิ๊กที่เครื่องหมายลบ ( - ) หน้าคำว่า Web Sites ก็จะปรากฏดังรูปนะครับ



ในส่วนของ Web Sites นี้นะครับ จะเป็นส่วนที่ใช้ในการจัดการเรื่องที่เกี่ยวกับเวปของเราครับ ไม่ว่าจะเป็น จะให้เวปเราไปอยู่ที่ Folder ไหน เปลี่ยน Port เป็น Port อะไร เป็นต้นนะครับ เด่วเราจะลงในรายละเอียดกัน

- จากนั้นทำการคลิ๊กขวาที่ Default Web Site แล้วเลือก Properties ดังรูปนะครับ



- ก็จะได้หน้าจอ Properties ในส่วนของ www มานะครับ ดังรูปครับ



เอาล่ะครับเรามาดูความหมายบางตัวของมันกันนะครับ
- Description : หมายถึงรายละเอียดของ Web Site นี้นะครับ จะใส่ก็ได้หรือไม่ใส่ก็ได้ครับ
- IP Address : ในส่วนนี้เกี่ยวกับ IP Address หรือที่อยู่ของคอมพิวเตอร์เรานะครับ ( เปรียบเสมือนบ้านเลขที่ของเราน่ะแหละครับ ) ในกรณีนี้ IP Address ของเราเป็นแบบ Dynamic คือเปลี่ยนแปลงทุกครั้งที่ต่อ Internet ในส่วนนี้เราก็ไม่ต้องใส่นะครับ
- TCP Port : คือ ช่องทางการเชื่อมต่อของคอมพิวเตอร์ครับ ในที่นี้เป็นช่องทางการเชื่อมต่อของบริการ www ค่ามาตรฐานของมันคือ 80 ครับ ( ปกติแล้วในการสื่อสารของเครื่องคอมพิวเตอร์จะต้องระบุ Port ให้ชัดเจน แต่ในบริการ www Port 80 เป็น Port มาตรฐาน เราจึงไม่จำเป็นต้องบอกมัน เช่น ไม่จำเป็นต้องพิมพ์แบบนี้บน Address Bar เพื่อจะเข้าไทยแวร์ http://www.thaiware.com:80/ เราเพียงแค่พิมพ์ http://www.thaiware.com ก็พอแล้ว )

- ทีนี้เรามาดูกันที่ Tab Home Directory กันบ้างนะครับ โดยคลิ๊กที่ Tab ที่ชื่อ Home Directory ไดเลยครับ ก็จะได้ดังรูป



เอาล่ะครับมารู้จักกะหน้านี้ซักหน่อย
When connecting to this resource , the content should come from <-- เมื่อเชื่อมต่อมายังส่วนนี้ ให้ไปเอาข้อมูลมาจาก ...
- A directory locateed on thai computer. <-- Directory ที่อยู่บนคอมพิวเตอร์เครื่องนี้
- A share located on another computer. <-- ส่วนที่ share ไว้บนคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น
- A redirection to a URL <-- ให้ทำการส่งต่อไปยัง URL อื่นๆ

ส่วน Local Path นั้น จะใช้สำหรับบอกตัว IIS ว่า ให้ไปเปิดหน้าเพจได้จากที่ไหน ในกรณีนี้เราเลือกให้เป็น Directory ที่อยู่บนเครื่องของเรา เหตุที่เราต้องเปลี่ยน Local Path นั้น ก็มีได้หลายกรณีครับ เช่นสำหรับกรณีใหณ่ๆ อย่าง Web Hosting จริงๆ เขาเนี่ย เขาจะไม่เอา Local Path ไว้ที่ Drive C นะครับ เนื่องจากเหตุที่ว่า อาจจะโดน Hacker ที่เจาะเข้ามาทางช่องโหว่ของ IIS เข้ามาทำลาย Drive C ซึ่งเป็นที่เก็บของตัว Windows อยู่ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าอันตรายเนื่องจากข้อมูลระบบต่างๆ อยู่ใน Drive C ครับ ส่วนตัวผมนั้น ผมไม่ชอบเก็บอะไรไว้ Drive C อยู่แล้ว เนื่องจากผม Ghost เครื่องบ่อย ก็เลยย้ายมาเก็บไว้ที่ Drive D ครับ ซึ่งผมทำดังนี้

- คลิ๊กที่ปุ่ม Browse ครับ แล้วก็เลือก Folder ดังรูป ผมเลือกไว้ที่ d:\lek-pantip ซึ่งภายในบรรจุไฟล์ index.html ซึงเป็นไฟล์แรกที่ IIS จะอ่าน และไฟล์นามสกุล htm อื่นๆ อีก 2 ไฟล์ครับ



- จากนั้นคลิ๊ก OK ก็จะเป็นดังรูป สังเกตุว่า Local Path จะเปลี่ยนไปแล้วนะครับ จากนั้นคลิ๊กที่ Apply ครับ



- จากนั้นมาดูกันที่ Tab Documents กันบ้างนะครับ โดยคลิ๊กที่ Tab Documents ครับ ก็จะได้ดังรูป



Tab Documents นี้นะครับ ก็จะเป็น Tab ที่ใช้จักการเรื่อง Files แรกที่อนุญาติให้ IIS เปิดได้ครับ ( สำหรับคนที่เขียนเวป คงจะเข้าใจว่า ทำไมหน้าแรกถึงต้อง Save เป็นชื่อ index.htm แล้วนะครับ เพราะเหตุนี้นี่แหละครับ ) ทีนี้ไฟล์แรกของผมชื่อ index.html ซึ่งไม่มีอยู่ใน List นี้ ผมก็เลยต้องทำการ Add มันเข้าไปครับ โดยคลิ๊กที่ Add...

- ก็จะปรากฏกรอบขึ้นมา ดังรูป



- ให้ใส่ชื่อ index.html ลงไป แล้วกด OK ( สำหรับท่านที่เขียนเวปเป็น .php หรืออื่นๆ ท่านสามารถ Add ที่ตรงนี้ได้เลยนะครับ เช่น index.php ทั้งนี้ทั้งนั้น ท่านจะต้องลงตัว Compile ของ ภาษานั้นๆ ด้วยนะครับ เช่น หากต้องการให้ IIS เปิดไฟล์ index.php เป็นหน้าแรก ท่านก็ต้องลงตัว Compile ของ php ไว้ด้วย ซึ่งในส่วนนี้ผมจะยังไม่ขอกล่าวนะครับ )

- เมื่อคลิ๊ก OK แล้วก็จะได้ดังรูป จะเห็นว่าในช่อง Enable Default Document จะมีชื่อไฟล์ที่เรา Add เข้าไปเพิ่มเข้ามา



- จากนั้น เมื่อ Add ไฟล์เสร็จแล้ว ให้คลิ๊ก OK อีกที เพื่ออกจากหน้า Properties ครับ ก็จะเห็นเป็นดังรูป



- ทีนี้เราจะทำการทดสอบดูว่าการตั้งค่าของเราสามารถใช้งานได้หรือไม่ โดยการคลิ๊กขวาที่ Default Web Site แล้วเลือก Browse ดังรูป



- หากการตั้งค่าถูกต้อง และใน Folder ที่ตั้งไว้ใน Local Path มีไฟล์ index.htm หรือ index.html อยู่ก็จะแสดงผลออกมาทางด้านขวาดังรูป ( เวปของใครของมันนะครับ คือผมจะบอกว่าที่เห็นทางด้านขวาน่ะ มันควรจะขึ้นเป็นหน้าเวปของท่านน่ะครับ )




เป็นยังไงกันบ้างครับ กับการตั้งค่าเพื่อเปลี่ยนแปลงอะไรเล็กๆ น้อย หวังว่าคงจะสามารถทำได้กันนะครับ คิดว่าคงจะไม่น่ายากเกินความสามารถของท่านๆ กัน ยังไม่จบนะครับ สำหรับการปรับแต่งค่าของ IIS ยังเหลือ การปรับแต่งตัว FTP หรือ File Tranfer Protocol กันอีกตัวหนึ่ง เรื่อง FTP นี่ไม่ยากครับ ง่ายๆ เพราะการปรับตั้งนั้นมีอยู่ไม่มาก เอาเป็นว่า เรามาเริ่มกันเลยนะครับ

Edited by lek_pantip, 03 July 2008 - 10:23 PM.


มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร

Mahanakorn University of Technology



#3 lek_pantip

lek_pantip

    แฟนไทยแวร์ 8-)

  • Gold Members
  • PipPipPipPipPip
  • 532 posts
  • Gender:Male
  • Interests:สุราและนารี (อืมม เข้าท่า)

Posted 15 May 2007 - 12:36 AM

2.2 ) การตั้งค่า File Tranfer Protocol ( FTP ) ใน IIS
เอาล่ะครับ คราวนี้ก็มาสู่การตั้งค่าในส่วนของ File Tranfer Protocol หรือ FTP กันนะครับ ก่อนอื่น File Tranfer Protocol นั้น เป็น Protocol หนึ่งที่ใช้ในการโอนถ่ายไฟล์ระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ครับ บางท่านอาจจะงงว่าคำว่า Protocol มันคืออะไร ไม่ยากครับ ให้เรารับรู้และเข้าใจกันเลยก็แล้วกันครับว่าคำว่า Protocol นั้นคือ "กฏ" หรือ "ข้อตกลง" ก็แล้วกันครับ เช่น หากเราต้องการที่จะส่งเมล์ เราก็จำเป็นที่จะต้องส่งผ่าน Simple Mail Transfer Protocol หรือ (SMTP) ซึ่ง SMTP นี่ก็คือ ข้อตกลง ที่ใช้ในการส่งเมล์เป็นต้นครับ

กลับมาเข้าเรื่องกันดีกว่าครับ เดี๋ยวจะงงกันไปใหญ่ ความเดิมจากตอนที่แล้ว เราได้ทำการตั้งค่า www ใน IIS ไปเป็ที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งตอนนี้ถ้ามีเครื่องที่อยู่ในวง LAN เดียวกันก็ เพื่อนๆ ของท่านก็สามารถที่จะเปิดเข้ามาชมหน้าเว็ปของท่านได้แล้วนะครับ เพียงแค่พิมพ์ http://ชื่อเครื่องท่าน หรือ http://IP Address เช่น เครื่องผมชื่อ lek-pantip และผมตั้ง IP Address เครื่อผมไว้คือ 192.168.1.254 ก็สามารถเข้ามาดูเว็ปที่เครื่องผมได้โดยพิมพ์ http://lek-pantip หรือ http://192.168.1.254 ก็ได้ครับ

คราวนี้ผมก็เลยอยากจะทราบว่า แล้วถ้าผมต้องการที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงหน้าเว็ปผมจากเครื่องเพื่อนล่ะ จะทำได้อย่างไร ?? หลายๆ คนที่พอจะมีพื้นฐานทางด้าน Network มาบ้างก็คงจะตอบคล้ายๆ กันว่า "ก็ Share Folder ที่เก็บเว็ปเอาไว้สิ ไม่เห็นจะยาก" ถ้าหากคุณตอบแบบนี้ผมก็จะถามต่อว่า "ถ้าอย่างนั้น ใครๆ ที่มองเห็นเครื่องท่าน ก็เข้ามาแก้ไขเว็ปของท่านได้หมดสิ ??" แล้วอย่างนี้จะแก้ไขอย่างไรดีครับ ??

ผมก็ขอตอบเลนแล้วกันครับว่า เราก็ใช้บริการ FTP สิ เพราะ FTP นั้นเป็นบริการที่มีความปลอดภัยอยู่ในระดับหนึ่ง เนื่องจากว่าเครื่องจะทำการถาม Username และ Password ของท่าน หากใส่ไม่ถูกท่านก็จะไม่สามารถที่จะเข้าสู่ Folder ของท่านได้ อย่างนี้ท่านว่าดีกว่าไหมครับ

โปรแกรม FTP นั้นก็มีมากมายหลายรุ่น หลายตระกูล ( เหมือนรถยนต์น่ะแหละครับ เหอๆๆ ) แต่ที่ผมเลือกใช้ FTP ของ Windows นั้น เนื่องจากมันมากับตัวติดตั้ง Windows อยู่แล้ว ท่านจึงไม่ต้องไปไขว่คว้าหามาจากที่ไหนอีก ( พูดง่ายๆ มันหาง่าย ใช้ง่าย ว่างั้น ) ทีนี้เมื่อติดตั้งตัวมันเรียบร้อยแล้ว เราก็จะมาเริ่มการตั้งค่าปรับแต่งอะไรมันซักเล็กๆ น้อยๆ ก็แล้วกันครับ

- เริ่มแรก เปิดตัว IIS ขึ้นมา โดยคลิ๊กตามดังรูปครับ



- ก็จะเปิดหน้า IIS ขึ้นมาดังรูปครับ



- ให้ทำการคลิ๊กขวาที่ FTP Site ครับ แล้วเลือก Properties



- จากนั้นจะปรากฏหน้าต่างดังรูป



ในส่วนนี้ มาทำความรู้จักกับมันเสียหน่อยนะครับ
ที่ Tab FTP Site
Description : ส่วนนี้ก็คือคำอธิบาย Site ครับ เหมือนกับตอนตั้งค่า www เลยครับ ตั้งเป็นอะไรก็ได้ครับ ให้เราเข้าใจและจำมันได้
IP Address : ตรงส่วนนี้ก็เมหือนกันครับ ไม่ต้องใส่ค่าอะไร เหตุผลเดียวกันกับเมื่อตอนตั้งค่า www เลยครับ
TCP Port : โดยมาตรฐานแล้ว Port ที่ใช้ในการสื่อสารด้วย FTP นั้นจะเป็น Port 21 ครับ ส่วนหากท่านจะเปลี่ยนค่าไป ก็มิได้เป็นปัญหาครับ หากแต่ว่า เนื่องจากบทความนี้เป็นบทความเบื้องต้น จึงขอใช้ Port เป็น 21 นะครับ

มาดูที่ Tab Security Accounts กันบ้างนะครับ



เริ่มจากด้านบนลงไปเลย
Allow anonymous connections : หากติ๊กเครื่องหมายถูกนี้ ก็แปลวว่าท่านอนุญาติให้ Anonymous User สามารถเข้ามาได้ อ่าว แล้ว Anonymous User คือมครอ่ะ ??

Anonymous User ก็คือ ใครๆ ก็ได้ครับ สามารถที่จะเข้าสู่เครื่องของท่านได้ผ่านทาง FTP สรุปง่ายๆ ว่า Anonymous User นั้นก็คือ Account สำหรับผู้เยี่ยมชม หรือ เปรียบเสมือน Guest User ของ Windows นั่นเอง

เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วท่านยังจะเปิดเอาไว้อีกหรือ ?? ดังนั้นเราก็จะทำการปิดครับ โดยติ๊กที่เครื่องหมายถูกให้มันหายไปจากช่อย Allow anonymous connections เสียครับ

ส่วน FTP Site Operators นั้นจะเป็นส่วนของผู้ที่ดูแล Site ครับ หรือเป็น User ที่สามารถที่จะเข้ามาสู่ FTP Site ของท่านได้นั่นเอง ในที่นี้จะเห็นว่าไม่สามารถที่จะ Add ได้ ไม่เป็นไรครับ ผมมีวิธีเพิ่ม User ในภายหลัง

ส่วนใน Tab ถัดมา จะเป็น Tab ของ Message ครับ เมื่อคลิ๊กแล้วจะเป็นดังรูป



เอาล่ะ มาดูกันต่อครับ

ในช่อง Banner นั้น ในความเข้าใจของผมน่าจะเป็นพวกการโฆษณาภายใน FTP Site นะครับ ( เพราะตรงนี้ผมไม่เคยไปยุ่งกะมัน แบบว่าผมใช้แค่คนเดียว หุหุ )

ส่วนในช่อง Welcome นั้น หากเราใส่ข้อความไว้ในช่องนี้ จะเป็นข้อความที่จะปรากฏขึ้นเมื่อเรา Login เข้าสู่ FTP Site ได้แล้ว ( เดี๋ยวภายหลังจากติดตั้งเสร็จ ผมจะทดลองให้ดูครับ ว่ามันจะขึ้นตรงไหน )

ส่วนในช่อง Exit นี่ก็เหมือนกันครับ จะขึ้นเมื่อเราสั่ง Disconnect หรือว่า Quit จาก FTP แล้ว ก็จะปรากฏข้อความนี้ขึ้นมาเช่นกัน

ช่อง Maximum Connections นี่ก็น่าจะเป็นจำนวนการเชื่อมต่อที่สามารถเข้ามาสู่เครื่องเราได้ครับ เช่นถ้าเราตั้งไว้เป็น 1 ก็หมายความว่า สามารถมี User เข้ามาได้เพียงครั้งละ 1 User เท่านั้น ครับผม

ทีนี้ผมลองทำการตั้งค่าในช่องต่างๆ ดังรูปด้านล่างนี้นะครับ จากนั้นผมก็กด Apply ไป



ต่อมาครับ Tab สุดท้าย Home Directory เมื่อคลิ๊กแล้วก็จะเป็นดังภาพ



Home Directory นี้ก็คือ Folder ที่ท่านจะทำเพื่อให้ท่านสามารถ Login เข้ามาใช้งานได้ นั่นก็คือ เมื่อท่านทำการ Login ด้วย User name และ Password ของท่านเรียบร้อยแล้ว ระบบก็จะอณุญาติให้ท่านสามารถแก้ไข เพิ่ม ลบ ข้อมูลต่างๆ ใน Folder นี้ได้ครับ

ความหมายของส่วนต่างๆ นะครับ

When connecting to this resource, the content should come from <-- เมื่อเชื่อต่อมายังส่วนนี้ ให้ไปเอาข้อมูลมาจาก ...
- A directory locateed on thai computer. <-- Directory ที่อยู่บนคอมพิวเตอร์เครื่องนี้
- A share located on another computer. <-- ส่วนที่ share ไว้บนคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น

ส่วนใน FTP Site Directory นั้นก็มีส่วนย่อยๆ ดังนี้ครับ

Local Path ส่วนนี้ก็เหมือนกับตอนเราตั้งค่า www นะครับ นั่นคือ ท่านจะทำ Folder ไหนให้ใช้สำหรับ FTP เข้ามาครับ โดยส่วนมากแล้ว หากท่านจะทำเป็น Web Server แล้ว Folder นี้ก็ควรจะเป็น Folder เดียวกันกับ Folder ที่เก็บไฟล์ Webpage ของท่านอยู่นะครับ เพื่อที่จะเอาไว้อำนวยความสะดวก เช่น หากท่านต้องการทำการแก้ไขหน้าเพจในขณะที่ท่านไม่อยู่ที่บ้านเป็นต้น

ดังนั้น ผมจึงจะขอทำการเปลี่ยน Folder ไปไว้ที่ Folder ที่ผมทำการเก็บหน้าเพจไว้นะครับ ทำได้โดยคลิ๊กปุ่ม Browse แล้วก็เลือกไปที่ Folder ที่ท่านต้องการ ดังรูปครับ



และเมื่อเลือกเสร็จแล้ว ที่ช่อง Local Path ก็จะเปลี่ยนไปนะครับ ดังรูป ( Path นี่ไม่จำเป็นต้องเหมือนในรูปนะครับ เดี๋ยวท่านๆ จะเข้าใจผิด ผมแค่แสดงให้เห็นว่า เมื่อเลือก Folder ใหม่แล้ว Path มันจะเปลี่ยนเท่านั้นเอง )



ถัดลงมา จะเป็นช่องให้ Checkbox ให้ติ๊กเครื่องหมายถูกนะครับ มันมีความหมายดังนี้ครับ
[] Read <-- ถ้าติ๊กถูกช่องนี้ แสดงว่าอนุญาติให้ผู้ใช้เข้ามา "อ่าน" ได้
[] Write <-- ถ้าติ๊กถูกช่องนี้ แสดงว่าอนุญาติให้ผู้ใช้สามารถ "เขียน" หรือ "แก้ไข" ไฟล์ต่างๆ ได้
[] Log visits <-- อันนี้เอาไว้เก็บบันทึกรายละเอียดการเข้า-ออก ของผู้ใช้ครับ เช่นเข้าวมาวันไหน เวลาเท่าไหร่ ประมาณนี้ครับ

ดังนั้น ผมต้องการให้ทำการ อ่าน และ เขียนได้ และยังให้ทำบันทึกการเข้า-ออก ไว้ด้วย ผมจึงทำการติ๊กแบบนี้ครับ



จากนั้นให้ทำการคลิ๊ก OK ไป ครับ เพื่อให้ระบบรับค่าที่เปลี่ยนแปลงใหม่ จากนั้นก็เหมือนกับการตั้งค่า www นะครับ ให้ลองทำการคลิ๊กขวาดู แล้วเลือก Browse ดังรูป



หากการตั้งค่าไม่ผิดพลาด และโปรแกรมรันตามปกติ ทางฝั่งขวามือควรจะแสดง Files และ Folder ที่อยู่ข้างในออกมานะครับ ดังรูป



หากขึ้นดังรูปแล้วก็ เป็นอันว่าเสร็จเรียบร้อยครับ สำหรับการตั้งค่า IIS เย่............ ไม่ยากเลยใช่ไหมครับ สำหรับการตั้งค่า IIS นี่ ( ตอนผมหัดทำ ตอนนั้นอยู่ ม.3 มั้งครับ ยังไม่เป็น Windows XP เลย 555+ งงเป็นไก่ตาแตกเลยขอบอก สมัยนั้นมัน Config ค่าต่างๆ ไม่ง่ายเหมือนสมัยนี้เลยครับ )

TIP : ท่านสามารถประยุกต์การใช้งาน FTP ได้หลายรูปแบบนะครับ เช่น อาจจะสร้าง Folder ไว้ข้างใน แล้วใช้เป็นที่เก็บไฟล์ที่ใช้ประจำๆ เวลาท่านออกไปข้างนอกบ้านแล้วเกิดเผลอลืมไฟล์นั้นๆ ท่านก็สามารถเข้ามาเอาไฟล์ที่เครื่องท่านได้ทันทีครับ โดยเข้ามาผ่านทางบริการ FTP นี่เอง เห็นความสะดวกของมันหรือยังครับพี่น้อง ??


Edited by lek_pantip, 17 May 2007 - 12:30 AM.


มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร

Mahanakorn University of Technology



#4 lek_pantip

lek_pantip

    แฟนไทยแวร์ 8-)

  • Gold Members
  • PipPipPipPipPip
  • 532 posts
  • Gender:Male
  • Interests:สุราและนารี (อืมม เข้าท่า)

Posted 15 May 2007 - 12:38 AM

เอาล่ะครับ ทีนี้ก็เหลืออีกส่วนหนึ่งครับ นั่นคือส่วนของการตั้งค่า Username และ Passwords สำหรับการเข้าใช้เจ้า FTP นี่ อันดับแรก ขอชี้แจงดังนี้ก่อนนะครับ

1. หากท่านไม่ต้องการสร้าง User ใหม่ ท่านสามารถใช้ User ที่ชื่อว่า Administrator ในการ Login เข้า FTP ได้ เพียงแต่ท่านต้องทราบ และ/หรือ ทำการตั้ง Password ให้กับ Account นี้นะครับ

2. หากท่านมี User ที่เป็นชื่อของท่านอยู่แล้ว ท่านสามารถใช้ชื่อ User ของท่านในการ Login เข้า FTP ได้อีกเช่นกัน เพียงแค่ท่านตั้ง Password ให้กับ User ของท่าน เท่านั้นเอง

3. User ที่ตั้งขึ้นใหม่นี้ ไม่เพียงแต่จะสามารถ Login เข้า FTP ได้เพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถ Login เข้าเครื่องของท่านได้อีกด้วย ( พูดง่ายๆ มันก็เหมือนกับสร้าง User ใหม่ขึ้นมา User นึงน่ะแหละครับ )

เอาล่ะครับ เมื่อท่านได้อ่านข้อชี้แจงด้านบนไปแล้ว และหาก

- ตัดสินใจที่จะใช้ User Administrator ในการ Login เข้า FTP ของท่าน ก็จงผ่านหัวข้อด้านล่างนี้ไปได้เลยครับ

- ตัดสินใจใช้ชื่อ User ปัจจุบันของท่านที่ท่านใช้อยู่ ก็เช่นกันครับ ผ่านหัวข้อนี้ไปได้เลย

- ตัดสินใจสร้าง User ขึ้นมาใหม่ ก็มาเริ่มกันเลยครับ

สำหรับการสร้าง User ขึ้นมาใหม่นั้นนะครับ เนื่องจากผมคิดว่าท่านๆ คงจะสามารถสร้างกันได้โดยใช้วิธีปกติแล้วนะครับ ( คือ คลิ๊ก Start > Control Panel > User Accounts ประมาณนี้ ) ดังนั้น ผมจึงขอใช้วิธีแบบใหม่บ้างนะครับ โดยวิธีของผมนั้นอาจจะมองดูยาก+แปลกๆ ไปสักเล็กน้อย ไม่ต้องตกใจนะครับ และผมเชื่อว่าเพื่อนๆ คงสามารถทำได้อย่างแน่นอน เรามาเริ่มกันเลยนะครับ

- เริ่มแรกเลย คลิ๊กที่ Start > All Programs > Accessories > Command Prompt ดังรูป



- จากนั้นพิมพ์ control usernamepasswords2 ดังรูป



- เมื่อกด Enter ก็จะได้ผลดังรูป



- คลิ๊กที่ปุ่ม Add ก็จะได้ผลดังรูป



หลังจากนั้น เรามาทำความเข้าใจส่วนต่างๆ กันซักเล็กน้อยนะครับ
- User Name : คือ ชื่อ User ที่ท่านต้องการจะสร้างใหม่ ( ภาษาอังกฤษนะครับ )
- Full Name : คือ ชื่อจริงของท่าน ( ใส่ก็ได้ ไม่ใส่ก็ได้ เนื่องจากไม่ใช่ประเด็นที่เราสนใจ )
- Descriptions : คือ รายละเอียดของ User นี้ ( ใส่ก็ได้ ไม่ใส่ก็ได้ เนื่องจากไม่ใช่ประเด็นที่เราสนใจ )

ตัวอย่างเช่น ผมใส่ดังนี้



- จากนั้นทำการคลิ๊กปุ่ม Next ไปนะครับ ก็จะได้กรอบดังรูป



สำหรับหน้านี้นะครับ ก็ให้ท่านใส่รหัสผ่าน หรือ Password ทั้ง 2 ช่อง โดยให้ ทั้ง 2 ช่องเหมือนกันนะครับ จากนั้นคลิ๊ก Next ไป ก็จะได้หน้าจอดังรูป



ในส่วนนี้จะเป็นส่วนของการกำหนดสิทธิ์ ( Grant ) สิทธิ์ให้กับ User นะครับ ในส่วนนี้ ผมจะขอเลือกเป็น Administrator นะครับ นั่นคือเป็นผู้ดูแลระบบนั่นเอง จากนั้นเมื่อตั้งค่าตามรูปแล้วก็ให้คลิ๊ก Finish เพื่อจบการเพิ่ม User ใหม่ครับ

จากนั้น เมื่อมองดูในกรอบ ท่านก็จะเห็น User ใหม่ที่ท่านสร้างขึ้นมาครับ ดังรูป



จากนั้น คลิ๊ก OK ออกมาครับ ก็จะเหลือหน้าจอของ Command Prompt อยู่ ดังรูป



ให้พิมพ์ ftp localhost แล้วกด Enter ก็จะได้ผลดังรูปครับ



ขั้นตอนนี้เป็นการเข้าสู่ FTP โดยใช้คำสั่งบน DOS ( Disk Operating System ) นะครับ ( เนื่องจาก ผมยังไม่ได้บอกให้ท่านไปหาโปรแกรม FTP มาจากที่ใด จึงจำเป็นต้องใช้ DOS ก่อนครับ )ซึ่ง DOS นั้นเป็นระบบปฏิบัติการตัวหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันหาคนใช้เป็นน้อยเต็มทีเนื่องจากมันเป็นระบบปฏิบัติการแบบ Text-Base นั่นคือเป็นตัวอักษรล้วนๆ จึงไม่เป็นที่นิยม ( แต่เมื่อเครื่องมีปัญหา DOS จะถูกนิยมขึ้นมาทันที โดยช่างผู้แก้ปัญหาให้ท่าน 555+ ) ในส่วนนี้จะกล่าวเพียงคร่าวๆ นะครับ

จากรูปนะครับ เมื่อกด Enter แล้ว ระบบก็จะถามถึง Username ของท่าน ก็ให้ท่านใส่ Username ที่เพิ่งสร้างใหม่นั้นลงไป แล้วกด Enter จะได้ผลดังรูปครับ



จากนั้นระบบก็จะแจ้งว่า ต้องการ Password สำหรับ User ของท่าน และจะรอรับเพื่อให้ท่านใส่ Password โดยในส่วนของ Password นั้น เมื่อท่านกดตัวอักษรลงไป ตัวอักษรของท่านจะไม่ปรากฏบนจอนะครับ เนื่องจากเป็นระบบป้องกันการขโมย Password แบบหน้าด้าน ( เช่นว่า คุณกำลังใส่ Password อยู่ ถ้ามันขึ้นตัวอักษรมา แล้วเพื่อนคุณมองอยู่ข้างหลัง เขาก็เห็นซีครับว่า Password คุณคืออะไร จริงป่ะ ?? ) ดังนั้น ก็ให้คุณพิมพ์ Password ของคุณลงไปได้เลย ( พิมพ์ลงไปทั้งๆ ที่ไม่เห็นนั่นล่ะ ) จากนั้นก็กด Enter จะได้ดังรูป



จะเห็นว่า ประโยคที่เราตั้งไว้ตอนตั้งค่า FTP ( ที่ Tab Message ไงครับ ถ้าจำไม่ได้ ย้อนขึ้นไปดูครับ อิอิ ) ในช่อง Welcome จะปรากฏขึ้นมาเมื่อเราสามารถ Login เข้าได้นะครับ

- จากนั้น ใช้คำสั่ง dir เพื่อดูรายชื่อไฟล์และ Directory ต่างๆ นะครับ ก็จะได้ผลคล้ายๆ กับรูปด้านล่างนี้ ( ใครออนเอ็มมาตอน Cap. ภาพฟระ 555+ )



หากมีไฟล์และ Directory ขึ้นดังภาพ ก็แปลว่า สามารถใช้งาน User ที่ท่านสร้างขึ้นมาใหม่ได้แล้วครับ เอาล่ะครับ ก็เป็นอันว่า จบในเรื่องของการตั้งค่า IIS และการสร้าง User ขึ้นมาใหม่กันเสียทีนะครับ ในส่วนต่อไป ผมจะว่ากันด้วยเรื่องของ การ Forward Port 80 และ Port 21 จาก Router จะทำอย่างไร และเมื่อ Forward Port แล้ว ใช่ว่าจะสามารถใช้งานได้เลยนะครับ ต้องมาทำการตั้งค่า Firewall ของ WIndows ซะก่อนอีก ใครคิดว่า Firewall ของ Windows ไม่มีประโยชน์ เมื่ออ่านในขั้นตอนต่อไปแล้ว ท่านจะเลิกตั้งค่า Firewall ของท่านเป็น off ในบัดดลครับ ส่วนจะทำอย่างไร เป็นอย่างไร และ เพราะอะไร ติดตามชมกันต่อตอนหน้าครับ ( เหมือนการ์ตูนเลยเนาะ เหอๆๆ )

อ้อ ในส่วนของคำสั่ง FTP บน DOS นั้น เด่วผมจะทำการเรียบเรียงใหม่ก่อนนะครับ พวก get , put , mkdir , rmdir cd , อะไรพวกนี้ที่เป็นคำสั่งพื้นฐานเบื้งต้นง่ายๆ อ่ะครับ แล้วเด่วผมจะเอามาแทรกที่ตรงนี้แหละครับ อดใจรอสักครู่ ส่วนใครที่บอกว่าใช้งานบน DOS มันลำบาก แน่นอนครับ เดี๋ยวผมต้องให้ท่านใช้โปรแกรมแน่ๆ ครับ เพราะบางครับ Up ไฟล์แยอะๆ จะมาทำทีละไฟล์ มันก็ไม่สะดวกจริงใหมครับ ฉะนั้น รอสักหน่อยครับ ขอเวลาเรียบเรียงเนื้อหาอีกเช่นกันครับ

Edited by lek_pantip, 22 May 2007 - 02:46 AM.


มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร

Mahanakorn University of Technology



#5 lek_pantip

lek_pantip

    แฟนไทยแวร์ 8-)

  • Gold Members
  • PipPipPipPipPip
  • 532 posts
  • Gender:Male
  • Interests:สุราและนารี (อืมม เข้าท่า)

Posted 15 May 2007 - 12:42 AM

ขออนุญาติจองพื้นที่ไว้นะครับ เดี๋ยวบทความมันจะไม่ต่อเนื่องกัน #2


--- พื้นที่ส่วนนี้สำหรับเนื้อหาของการ Forward Port 80 และ 21 จาก Router ---

ป.ล. คือ ตอนนี้ Router ที่หอผมมันมีปัญหาเล็กน้อยอ่ะครับ คือ ผู้ดูแลคนก่อนเขาลืม Username + Password เข้า Router + Username + Password ที่ใช้ Connect Internet ทางเขาแจ้งว่าจะสามารถขอใหม่ให้ผมได้น่าจะภายในวันศุกร์นี้อ่าครับ ( 25 พ.ค. 50 ) ยังไงเรื่องการ Forward Port นี่ ถ้าไม่ได้ยังไง ผมอาจจะขอนำภาพจาก Portforward.com มาโพสแทนนะครับ

Edited by lek_pantip, 22 May 2007 - 02:45 AM.


มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร

Mahanakorn University of Technology



#6 lek_pantip

lek_pantip

    แฟนไทยแวร์ 8-)

  • Gold Members
  • PipPipPipPipPip
  • 532 posts
  • Gender:Male
  • Interests:สุราและนารี (อืมม เข้าท่า)

Posted 15 May 2007 - 12:44 AM

เอาล่ะครับ หลังจากที่เราได้ทำการ Forward Port 80 และ Port 21 จากตัว Router เพื่อให้ชี้มาที่เครื่องเราเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คราวนี้เราก็ต้องทำการยอมรับ Package ต่างๆ ที่ถูกส่งมาจาก Router เพื่อให้สามารถผ่านเข้า - ออก เครื่องของเราได้ ซึ่งการตั้งค่านั้นก็ง่ายนิดเดียวครับ ส่วนจะมีวิธีการอย่างไร เรามาเริ่มกันเลยครับ

อย่างที่ทราบกันดีว่า Windows XP Professional ได้มีการ Update ความปลอดภัยครั้งใหญ่ โดยได้ถูกบรรจุมาใน Service Pack 2 ส่วนหนึ่งที่เพิ่มขึ้นมานั้นก็คือ Windows Firewall

Windows Firewall นั้น ถ้าแปลตามภาษาบ้านเรานั้นก็คือ "กำแพงไฟ" นั่นเอง (เออ แปลลูกทุ่งดี 555+ ) ถูกครับ เขาเปรียบตัว Windows Firewall นี้เสมือนดังกำแพงไฟอันยิ่งใหญ่ ที่กั้นระหว่างเครื่องของคุณกับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ( ไม่ว่าจะเป็น Localnet หรือ Internet ) ข้อมูลต่างๆ จะไม่สามารถผ่านเข้า - ออกได้เลยหากคุณไม่ได้ทำการอนุญาติให้มันผ่านเข้า - ออกได้ ดังนั้นในส่วนนี้ ผมก็จะของกล่าวถึงเรื่องการที่จะทำให้เจ้า "กำแพงไฟ" นี้ ยอมให้มีข้อมูลผ่านเข้า - ออก ในส่วนของ Port 80 และ 21 ได้นะครับ

เอาล่ะครับ มาเข้าสู่วิธีการกันเลยดีกว่า ขั้นแรกครับ คลิ๊กที่ Start > Control Panel > Windows Firewall ดังรูปนะครับ



จากนั้น ก็จะได้ดังรูปครับ



หากท่านใดที่ไม่เป็นดังรูป ( คือ ทำการปิด Firewall ไว้ ก็ให้ทำการเปิดด้วยนะครับ ) เนื่องจากหากท่านไม่เปิด Firewall ไว้ ก็เหมือนกับเอากำแพงออกนั่นแหละครับ ทีนี้เครื่องของท่านจะปลอดภัยได้อย่างไรกันครับ ??

จากนั้นให้คลิ๊กที่ Tab Advanced ก็จะได้ดังภพนะครับ



จากนั้นเลือกชื่อการเชื่อมต่อของท่านที่ใช้ต่อ กับ Router ( ในกรณีที่ท่านมีการ์ด LAN หลายตัว ) จากนั้นคลิ๊กที่ปุ่ม Settings... ก็จะได้ดังรูปครับ



เนื่องจากเป็นความโชคดีครับ ที่ทาง Microsoft เขาได้ทำ Check box ในส่วนของ FTP และ www ไว้ให้แล้ว ทำให้เราสะดวกขึ้นเล็กน้อย ( คือไม่ต้องมาทำการสร้างเอง ) ให้เราเช็คที่ FTP Server ครับ ก็จะมีกรอบขึ้นมา ดังรูป



จะเห็นว่าการตั้งค่าต่างๆ ถูกตั้งค่าเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ให้เราคลิ๊กที่ OK ไปได้เลยครับ

จากนั้น คลิ๊กที่ Web Server (HTTP) ก็จะขึ้นมาคล้ายๆ กับ FTP เช่นกัน ดังรูป



ก็ให้คลิ๊ก OK ได้เลยครับ จากนั้น คลิ๊กที่ OK ออกมาเรื่อยๆครับ เป็นอันว่าการตั้งค่า Firewall ของเราเสร็จเรียบร้อยครับ

??? อ่าวเสร็จแล้วเหรอ 555+ งง เลยไวชะมัด แถมยังง่ายอีกด้วย แล้วคุณล่ะ คิดว่ามันยากไหมครับ ??

เอาล่ะครับ ทีนี้เราก็มาทดสอบกันดูว่า การตั้งค่าต่างๆ นั้น สามารถใช้งานได้หรือยัง โดยเราสามารถพิมพ์ IP ของเราที่ Address Bar ได้เลยครับ อ่าว ทีนี้ เราจะรู้ได้อย่างไรว่า IP แท้ๆ ของเราตอนนี้ คือ อะไร ?? ไม่ยากครับ เราสามารถรู้ IP แท้ ๆ ของเราได้หลายวิธี แต่วิธีของผมนี้ง่ายมากครับ นั่นคือ เราก็ไปที่เวป http://www.portforward.com/ ครับ จากนั้นเลื่อนลงมาทางด้านล่าง ท่านก็จะเห็น IP ของท่านได้ในทันที ดังภาพ



จากนั้น ก็นำ IP ตรงที่ผมทำ Hilight ไว้ ไปพิมพ์ที่ Address Bar แลกด Enter ครับ หากผลลัพธ์ของท่านนั้น ปรากฏหน้าเวปที่อยู่ภายใรเครื่องท่าน ก็เป็นอันว่าการตั้งค่านั้นถูกต้องทุกอย่างครับ



ทีนี้ ท่านก็สามารถที่จะเข้าสู่หน้าเว็ปส่วนตัวของท่านได้แล้วล่ะครับ ก็สามารถเอา IP ของท่านไปแจกเพื่อนๆ ได้เลยครับ แต่เอ ผมว่า ถ้าเอา IP ไปแจกเพื่อนๆ เนี่ย มันจำยากอยู่นะ แล้วอีกอย่าง เวลาท่านต่อเน็ตใหม่เนี่ย IP ของท่านมันก็จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ก็ไม่สามารถใช้ IP ตัวเก่าได้ อ่าวแล้วจะทำยังไงดีน้อ ??

ไม่เป็นไรครับ เพราะมีคนที่เขาทราบถึงข้อจำกัดข้อนี้อยู่ ก็เลยคิดวิธีการขึ้นมาโดยการใช้ "ชื่อ" ขึ้นมาแทน IP ครับ นั่นก็คือเว็ป http://www.no-ip.com/ นั่นเอง

เอาล่ะครับ ในส่วนต่อไป จะเป็นการไปสมัครขอใช้บริการที่ No-IP.com นะครับ ( บริการฟรีแน่นอนอยู่แล้วครับ อันไหนเสียตัง Lek_Pantip ไม่นิยมบริโภคครับ 555+ )

Edited by lek_pantip, 22 May 2007 - 01:00 AM.


มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร

Mahanakorn University of Technology



#7 lek_pantip

lek_pantip

    แฟนไทยแวร์ 8-)

  • Gold Members
  • PipPipPipPipPip
  • 532 posts
  • Gender:Male
  • Interests:สุราและนารี (อืมม เข้าท่า)

Posted 15 May 2007 - 12:47 AM

ขออนุญาติจองพื้นที่ไว้นะครับ เดี๋ยวบทความมันจะไม่ต่อเนื่องกัน #4

--- ส่วนนี้จะใช้สำหรับอธิบายการสมัครใช้งานที่ No-IP.com นะครับ ---

ป.ล. ไม่ได้ปั๊มกระทู้นะครับ กลัวบทความจะไม่ต่อเนื่องกัน อีกอย่างผม Post รูปแยอะ post นึง ได้แค่ 10 รูปเอง เลยต้องขอจองไว้นะครับ เด่วผมจะกลับมา Edit เอาครับ หวังว่า MOD + GM + สมาชิกคงเข้าใจนะครับ

ป.ล. 2 รูปกำลัง Up ขึ้น Server ผมนะครับ พอดีอยู่ที่บ้าน ไม่ได้อยู่ที่หอ เน็ตที่บ้านมัน 56 k เองช้าหน่อย ( มากๆ เลยล่ะ เห้อออ )

ป.ล. 3 กระทู้นี้ถูกสร้างขึ้นมาโดยผมเองนะครับ ความรู้ที่มีอยู่ในหัว MOD , GM หรือ สมาชิกท่านใดเห็นว่ามีข้อผิดพลาดตรงไหน ช่วยกรุณาโพสบอก หรือ PM มาแจ้งด้วยนะครับ ( ผมก็พลาดได้เหมือนกันนะครับ ) ยังไงหากมีข้อผิดพลาดประการใด ผมขอรับไว้แต่เพียงผู้เดียวครับ และจะเร่งแก้ไขครับ

---------------------------------------------------------------------------------------------------------
ขอขอบคุณ


- คุณพ่อ คุณแม่ : ผู้สร้างให้ลูกชายคนนี้เกิดมามีอาการครบ 32 และได้ช่วยให้โอกาสลูกคนนี้ได้เรียนในสิ่งที่ชอบ
- พี่ชาย : ที่ซื้อ Notebook ให้
- พี่สาว : ที่ซื้อ PC ให้
- ไอ้คิด : ที่คอยเช็ครูปให้ ว่าขึ้นทุกรูปหรือเปล่า
- MOD , GM , เพื่อนสมาชิกทุกท่าน : ที่เข้ามาแสดงความคิด ออกความเห็น ให้ทราบว่าต้องปรับปรุงส่วนไหนบ้าง

ขอบคุณ Website เหล่านี้

- http://www.thaiware.com/ : ที่ได้ให้โอกาสได้นำบทความจากคนหัวขี้เลื่อยมาลง
- http://www.portforward.com/ : ที่ช่วยให้ความรู้ในการ Forward Port ของโปรแกรม+Router รุ่นต่างๆ
- http://www.no-ip.com/ : ที่สร้างเวปมีประโยชน์โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ให้เราได้ใช้กัน

Edited by lek_pantip, 22 May 2007 - 02:58 AM.


มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร

Mahanakorn University of Technology



#8 bi89

bi89

    Call me Bi89

  • Exclusive Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 2,587 posts
  • Gender:Male
  • Location:Bangkok, Thailand
  • Interests:#internet #twitter #dell #facebook
  • Skype: Chat / Call

Posted 15 May 2007 - 11:50 AM

ถ้าอยากทำWeb Server แล้วไม่อยากให้ล้ม ผมขอแนะนำLinuxครับ โดนโจมได้ยากมากกว่าWindowsครับ แต่วิธีการลงหรือการใช้งาน อาจจะยากว่านะ แต่คงไม่ยากจนเกินไปครับ

#9 gkungz

gkungz

    System Administrator

  • Gold Members
  • PipPipPipPip
  • 257 posts

Posted 15 May 2007 - 12:52 PM

ผมว่า ค่าโฮสจะถูกกว่า ค่า ไฟ เป็นปีๆ อีกนะครับ
(แต่ถ้าเปิดเครื่องไว้ตลอดอยู่แล้ว ใครจะทำก็ประหยัดไป)

- บริการ Hosting,Radio Port,อื่นๆเกี่ยวกับเซิฟเวอร์ ติดต่อ gkungz@msn.com

#10 name_V_male

name_V_male

    Thaiware Inspector

  • Global Moderator
  • 761 posts
  • Gender:Male
  • Location:ใต้ฟ้า บนดิน กรุงเทพฯ
  • Skype: Chat / Call

Posted 15 May 2007 - 02:40 PM

จะปักหมุดให้เมื่อบทความสมบูรณ์ครับ ถ้าผมลืม pm มาบอกหน่อยนา
<div align="center"> <img src="http://members.lycos...othaiware2.JPG" border="0" class="linked-sig-image" /> <a href="mailto:namevee@gmail.com"><img src="http://members.lycos...meveegmail.jpg" border="0" class="linked-sig-image" /></a></div>

#11 Mininoz

Mininoz

    เพื่อนไทยแวร์ :)

  • Silver Members
  • PipPip
  • 122 posts

Posted 15 May 2007 - 07:52 PM

เห็นใจจัง ที่จะ snap ภาพมาทำ ผมแนะนำโปรแกรม snapIt อ่ะครับ ใช้งาน และน่าจะสะดวกว่า

และต้องขอบคุณในการแนะนำสิ่งดีๆ ให้เพื่อนชาว thaiware ด้วยนะครับ
www.mininoz.com --> Everything On the Earth You’d Better Know
Hurley T-Shirt

#12 RUTAKUNG

RUTAKUNG

    ไร้ตัวตน คนไร้รัก

  • Exclusive Members
  • PipPipPipPipPip
  • 780 posts
  • Location:อยู่ที่ ภาษากาย
  • Interests:ความสวยที่เปล่งปลั่ง

Posted 15 May 2007 - 08:27 PM

คือถ้าจะทำต่อ บทความต่อไป ขอเป็น Appserv บ้างก็ดีนะครับ เพราะไม่หมั้นใจ IIS มันมักจะถูกโจมตีอยู่บ่อย ๆ
ไม่มีแจก ไม่มีปั๊ม! ตามอารมณ์ตัวเอง...

#13 mughzster

mughzster

    สมาชิกใหม่กั๊บ ;)

  • Silver Members
  • Pip
  • 32 posts

Posted 16 May 2007 - 12:13 AM

ขอบคุณครับพี่

#14 • มะด่วย ณ ศรีวรา •

• มะด่วย ณ ศรีวรา •

    ด่วย เฉพาะ ตอน ดึก ๆ

  • Gold Members
  • PipPipPipPipPip
  • 813 posts
  • Gender:Male
  • Location:ศรีวรา Town in Town

Posted 16 May 2007 - 01:57 AM

เยี่ยมมากครับ ขอปรบมือให้กับน้ำใจ แล้วความตั้งใจครับ 20.jpg

#15 Ems026

Ems026

    อย่าวู่วาม !!

  • Silver Members
  • PipPipPip
  • 173 posts
  • Gender:Male
  • Location:Rescue Th@iLand

Posted 16 May 2007 - 11:01 AM

เยี่ยมเลยคับ สำหรับบทความดี ๆ คับ 7.jpg




0 user(s) are reading this topic

0 members, 0 guests, 0 anonymous users

ประกาศ ! : ข้อความที่ถูกพิมพ์ หรือเผยแพร่ออกจากเว็บบอร์ด Thaiware Community Board แห่งนี้ ถือเป็น ความคิดเห็นส่วนบุคคลทั้งสิ้น ซึ่งทางเว็บไซต์ Thaiware.com จะ ไม่รับผิดชอบ ต่อสิ่งที่เกิดขึ้น อันเป็นเหตุมาจากการพิมพ์จากทางผู้ใช้ และสมาชิก แต่อย่างไรก็ตามถ้าหาก ท่านใดพบ ข้อความที่เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม ได้ถูกเผยแพร่ลงในเว็บไซต์ อาทิเช่น คำพูดที่ลบหลู่ ดูหมิ่นต่อ ความมั่นคงของชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย์ รวมไปถึงการเผยแพร่รูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ สิ่งผิดกฏหมายต่างๆ กรุณาแจ้ง ทางทีมงาน มาได้ที่ webmaster@thaiware.com หรือ โทรศัพท์มาแจ้งได้ที่ 0-2635-0744 (ทุกวัน จันทร์ - ศุกร์ เวลา 9.30 - 17.30 น.) ซึ่งเราจะรีบดำเนินการลบโดยเร็วที่สุด ...