Jump to content


ประกาศย้าย Thaiware Community ไปที่ QA.THAIWARE.COM

ขณะนี้ทางเว็บ Thaiware.com ได้เปิด บริการใหม่ภายใต้หัวข้อ THAIWARE Q&A (ถาม - ตอบ) เมื่อต้นเดือน มกราคม พ.ศ. 2556 (2013) ที่ผ่านมา หากใครมีข้อสงสัย มีคำถามต่างๆ จะสอบถาม เรามีทีมงานที่จะคอยดูแลตอบคำถาม ไขข้อข้องใจตลอดเวลา


สำหรับในหน้า COMMUNITY.THAIWARE.COM นี้เราจะเก็บเอาไว้เป็นคลังกระทู้เก่า เพื่อค้นคว้าหาความรู้ที่เคยพูดคุยกันมา ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งต่อไปโดยจะไม่สามารถตั้งกระทู้ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ ในหน้านี้ได้ ดังนั้นขอเชิญที่ QA.THAIWARE.COM แทน สำหรับสมาชิกเก่าในที่นี้ กรุณาสมัครสมาชิกใหม่อีกครั้งก่อนการใช้งานที่ THAIWARE Q&A (ถาม - ตอบ)


ขอบคุณที่ใช้บริการตลอดมา
ทีมงาน Thaiware.com
หากมีข้อสงสัยติดต่อ 0-2635-0744 ต่อ 12



Photo

§


  • Please log in to reply
No replies to this topic

#1 TupLuang

TupLuang

    ^^)

  • Silver Members
  • PipPipPipPip
  • 269 posts

Posted 21 September 2008 - 06:40 PM



แม่ชีแก้ว เสียงล้ำ
สำนักชีบ้านห้วยทราย อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร

“แม่ชีอรหันต์ผู้แกร่งกล้า ยอดพุทธสาวิกาในยุคปัจจุบัน”


คุณแม่ชีแก้วเสียงล้ำ แม่ชีอรหันต์ผู้อันพลังบุญตกแต่งแล้ว ท่านเป็นพุทธสาวิกาเพียงรูปเดียวที่ปรากฏหลักฐานเด่นชัดในศิษย์กรรมฐานสายท่านพระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล และท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต ที่นิพพานแล้วอัฐิได้กลายเป็นพระธาตุอย่างเด่นชัดน่าอัศจรรย์!ท่านเป็นผู้มีความปรารถนาในโพธิญาณอย่างแรงกล้า มีอำนาจจิตโลดโผน สามารถกำหนดจิตท่องเที่ยวไปในภพภูมิต่างๆได้ เป็นศักดิ์ศรีและแบบอย่างแห่งสตรีที่มุ่งสู่ความหลุดพ้นในยุคปัจจุบัน ไม่แยแสต่อสายตาชาวโลกที่มองว่าผู้หญิงเป็นเพียงดอกไม้ประดับในวงศ์พระพุทธศาสนาเท่านั้น

ท่านได้ทำในสิ่งที่สตรีนางอื่นทำได้ยาก ฝ่าอันตรายด้วยเพศและภาวะเข้าสู่ทางหลุดพ้นด้วยเรี่ยวแรงและความพยายามเยี่ยงชายชาติอาชาไนย

นี่คือ...ผู้หญิงที่มีความอ่อนช้อยและแกร่งกล้าสมเป็นพุทธสาวิกาแห่งยุค ที่หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน กล่าวชมว่า “เป็นผู้ไร้สุข ไร้ทุกข์ กล้าหาญ เด็ดเดี่ยว มั่นคง และถึงความเป็นหนึ่ง ประสบสิ่งที่ไม่รู้จักคำว่าเสื่อมคลาย เป็นผู้ปฏิบัติธรรมตามคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ถึงที่สุดแล้ว”

เดิมท่านชื่อ “ตาไป่” เกิดเมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๔๔๔ ตรงกับวันศุกร์ เดือน ๑๑ แรม ๑๒ ค่ำ ปีฉลู ที่บ้านห้วยทราย ตำบลคำชะอี อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร บิดาชื่อ ขุนธรรมรังสี (ซัน เสียงล้ำ) มารดาชื่อ ด่อน เสียงล่ำ

ปีพุทธศักราช ๒๔๖๐ หลวงปู่เสาร์ กนฺตลีโล และหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต พร้อมคณะพระกรรมฐาน มีหลวงปู่เทสก์ เทสฺรงฺสี หลวงปู่ชอบ ฐานสโม หลวงปู่ขาว อนาลโย และหลวงปู่ฝั้น อาจาโร พร้อมด้วยภิกษุสามเณรจำนวนกว่า ๖๐ รูป ได้เดินทางมาถึงบ้านห้วยทราย ในขณะนั้นคุณแม่ชีแก้วมีอายุ ๑๖ ปี ได้กราบนมัสการหลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น และพระกรรมฐานทั้งหลาย

ในวัยสาวท่านเป็นคนขยันขันแข็ง จึงได้จับจองและถากถางป่าเตรียมปลูกหม่อนเลี้ยงไหม หลวงปู่มั่นได้เห็นพื้นที่บริเวณป่านั้นสัปปายะเหมาะเป็นที่พำนักสงฆ์ คุณแม่ชีแก้วจึงยกที่ตรงนั้นถวายแก่หลวงปู่มั่น หลวงปู่มั่นได้ให้พรเป็นคำกลอนความย่อว่า “ชาตินี้จะไม่มีวันอดอยาก” วัดแห่งนี้ ชาวบ้านเรียกว่า “วัดหนองน่อง” อยู่ห่างจากสำนักชี ไปทางทิศใต้ ประมาณ ๑ กิโลเมตร ท่านได้ศึกษา วิธีการทำสมาธิกับหลวงปู่มั่น จนจิตสงบสามารถออกรู้สิ่งต่างๆได้อย่างโลดโผน

ก่อนที่หลวงปู่มั่นกับคณะจะจากไป ท่านได้สั่งกำชับคุณแม่ชีแก้วไว้ว่า “ต่อแต่นี้ไปไม่ให้ภาวนา หากเจ้าเป็นผู้ชายเราจะให้บวชเป็นเณรและเอาไปด้วย แต่นี่...น่าเสียดาย! เจ้าเป็นผู้หญิงเราเอาไปด้วยไม่ได้ ลำบากต่อพระธรรมวินัย ตอนนี้ให้ใช้ชีวิตทางโลกไปเสียก่อน เมื่อถึงคราวจะมีอาจารย์ดีมาอบรมสั่งสอน”

นางสาวตาไป่(แม่ชีแก้ว) ได้ฟังดังนั้น น้ำตาไหลแสดงความอาลัยเป็นอย่างยิ่ง นึกโกรธตัวเองที่ได้เกิดมาเป็นผู้หญิง ติดตามท่านอาจารย์มั่นไปไม่ได้ ศรัทธาอย่างหาที่สุดมิได้ สุดแสนเสียดาย! ที่เพศและภาวะเป็นเครื่องขวางกั้นเสียแล้ว แต่ก็ยังมีความหวังเพียงเล็กน้อยว่า กาลข้างหน้าจะมีพระดีมาโปรด เมื่อนึกได้อย่างนั้นก็ก้มหน้าก้มตารับใช้กรรมสู้ชีวิตในโลกต่อไป

ที่หลวงปู่มั่นท่านห้ามไม่ให้คุณแม่ชีแก้วภาวนาเช่นนั้นเพราะอะไร? หลวงตามหาบัวได้ไขปริศนาธรรมนี้ว่า “...เพราะท่านอาจารย์มั่นทราบดีว่า จิตคุณแม่ชีแก้วเป็นธรรมชาติที่โลดโผนมาก เวลาสงบมักอยากรู้ในภพภูมิต่างๆถ้าได้อาจารย์ผู้ไม่ชำนาญในสมาธิธรรม อาจทำให้เสียสติได้ง่าย”
ปีพุทธศักราช ๒๔๖๑ เมื่อท่านมีอายุ ๑๗ ปี ได้แต่งงานกับคนหมู่บ้านเดียวกัน ชื่อนายบุญมา อายุอ่อนกว่าคุณแม่ ๑ ปี อยู่กินกับสามีราว ๑๐ ปี ก็ยังไม่มีบุตร จึงเกรงจะไม่มีคนดูและเมื่อแก่เฒ่าจึงไปขอเด็กหญิงแรกเกิดมาเลี้ยง ตั้งชื่อว่า “แก้ว” เพื่อนบ้านจึงเรียกท่านว่า “แม่แก้ว” (เมื่อบวชจึงเรียกท่านว่าแม่ชีแก้ว) เมื่อเด็กหญิงแก้วอายุประมาณ ๘-๙ ขวบ ท่านเห็นว่าลูกพอจะช่วยเหลือตัวเองได้และหุงหาอาหารเป็น จึงได้ขออนุญาตสามีไปบวชชี สามีไม่ยินยอม ท่านอ้อนวอนอยู่หลายครั้งหลายคราวตลอดเวลา ๒ ปี ก็ไม่เป็นผล เผอิญมีญาติผู้ใหญ่มาเยี่ยมจึงได้ช่วยพูดให้ ท่านจึงได้บวชสมประสงค์ แต่มีข้อแม้ว่าให้บวชได้เพียงพรรษาเดียว โดยมีหลวงพ่อกา เป็นพระอุปัชฌาย์ บวชให้ท่านที่วัดหนองน่อง บ้านห้วยทราย เมื่ออายุประมาณ ๓๖-๓๗ ปี

ครั้นครบตามสัญญาที่ให้ไว้กับสามี แต่คุณแม่กลับยังไม่ยอมสึก นุ่งผ้าดำทับผ้าขาวไว้แล้วกลับบ้าน ทำความสะอาดบ้าน หุงหาอาหารไว้พร้อมสรรพ เมื่อได้จังหวะก็เตรียมลงจากเรือนจะกลับวัด สามีชวนกินอาหารคุณแม่ก็ปฏิเสธ สามีจะคว้าข้อมือ คุณแม่ก็วิ่งหนีลงเรือนไป สามีวิ่งตามก็พอดีพี่ชายของคุณแม่มาห้ามไว้ สามีคุณแม่โกรธมาก ประกาศตัดขาดแยกทางกัน คุณแม่ก็ออกจากบ้านตั้งแต่วันนั้นแล้วไปพักอยู่บ้านพี่ชายของท่าน

ปีพุทธศักราช ๒๔๙๓ คุณแม่ชีแก้วนั่งภาวนาได้เกิดนิมิตเห็นว่า มีเดือนตกลงมาที่วัดป่าบ้านห้วยทราย จากนั้นดวงดาวที่ล้อมรอบก็ตกลงมาด้วย คุณแม่ชีแก้วก็พยกรณ์ว่า จะมีครูบาอาจารย์องค์สำคัญและพระสงฆ์ไม่ต่ำกว่า ๑๐ รูปมาที่บ้านห้วยทราย ต่อมาไม่นาน หลวงตาพระมหาบัว ญาณสมฺปนฺโน ได้เดินทางมาธุดงค์นำพระสงฆ์สามเณร ได้แก่ หลวงปู่สิงห์ทอง หลวงปู่เพียร หลวงปู่บุญเพ็ง หลวงปู่ลี สามเณรภูบาลฯ ก็ได้เดินทางมาที่บ้านห้วยทรายจริงดังนิมิตของท่านทำให้ท่านเกิดความปีติยินดีมาก เพราะจะได้พบพระอาจารย์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบมาเป็นครูบาอาจารย์สั่งสอนท่าน ดังที่หลวงปู่มั่นได้บอกไว้ ในเวลานั้น นับได้ว่าเป็นมงคลกาลอีกสมัยหนึ่งของชาวบ้านห้วยทราย

หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน สามารถสอนการสยบจิตและพลิกจิตคุณแม่ชีแก้วได้ที่ถ้ำนกแอ่นหัวเขา บ้านห้วยทราย อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร ในบทธรรมที่ว่า

...ห้ามส่งจิตออกรู้ข้างนอก ให้ย้อนจิตเข้าพิจารณาข้างใน

ตอนแรกคุณแม่ไม่ยอมทำตาม หลวงตาก็ไล่ตะเพิดลงจากภูเขาทุกครั้ง

...ในที่สุดคุณแม่ได้คิดว่า...เราเคารพนับถือท่านเป็นครูบาอาจารย์ แล้วทำไมเราจะไม่เชื่อท่าน นั่นแสดงว่าเราใช้ไม่ได้

จากนั้นต่อมาคุณแม่ทำความเพียรภาวนาอย่างหนัก ไม่ยอมส่งจิตออกรู้ข้างนอก เดินจงกรมตลอดคืน จนรู้สึกเหนื่อยจึงได้นั่งพักที่แคร่ใต้ต้นพะยอมแล้วเอนตัวลงนอน คิดว่าจะพักสักครู่แล้วจึงจะไปนึ่งข้าวก็รู้สึกว่ามีเสียงครื้นๆ เหมือนฟ้าผ่าแคร่ที่นอนอยู่หักลง และมีเสียงผุดขึ้นมาว่า “ขีณาชาติ สิ้นชาติแล้ว” คุณแม่น้ำตาไหลพรากด้วยความตื้นตันใจ ถึงคราวประหารกิเลส ในวันศุกร์ แรม ๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ตรงกับวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๔๙๕ ขณะนั้นคุณแม่ชีแก้ว มีอายุ ๕๑ ปี

ในเรื่องนี้เอง หลวงตามหาบัวได้เล่าหลายครั้งหลายหนว่า “ผู้เฒ่าแม่แก้วอัฐิเป็นพระธาตุแล้ว ผู้เฒ่านี้ถ้าพูดตามหลักความจริงก็ผ่าน (สิ้นกิเลส) มาหลายปีแล้วนี่นะ ถ้าจำไม่ผิดเราว่าตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๙๕ โน่น นานเท่าไร”

คุณแม่ชีแก้ว เป็นผู้ปฏิบัติธรรมรักษาศีลอุโบสถอย่างเคร่งครัด มีความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย สงบ บริสุทธิ์ กิจวัตรของท่านเป็นไปเพื่อธรรมโดยแท้

เริ่มจากตื่นนอนเช้าในช่วงเวลาประมาณ ๐๓.๐๐ น. หลังจากนั้นจะทำวัตรเช้าและภาวนาจนถึงประมาณ ๐๕.๐๐ น. ก็จะเข้าครัวนึ่งข้าว ทำกับข้าว จัดให้แม่ชีที่มีอายุน้อยที่สุดนำไปถวายพระที่วัดห้วยทรายซึ่งมีอยู่ราว ๓-๔ รูป อยู่ห่างจากสำนักชีของคุณแม่ประมาณ ๓ กิโลเมตร มีหมู่บ้านห้วยทรายคั่นอยู่ระหว่างกลาง แล้วรับอาหารที่เหลือจากพระนำมารับประทาน และแบ่งให้ชาวบ้านไปรับประทานด้วย จากนั้นก็เริ่มเดินจงกรม เมื่อเหนื่อยจึงเปลี่ยนเป็นนั่งภาวนาแล้วท่องบทสวดมนต์

ตอนบ่ายก็เริ่มเดินจงกรมอีกรอบจนถึงเวลาประมาณ ๑๕.๐๐ น. จึงหยุดเพื่อปัดกวาดบริเวณวัดแล้วตักน้ำ หาบน้ำจากบ่อใส่ตุ่มเพื่อเตรียมไว้ใช้จากนั้นได้เดินป่า หาเห็ด หาหน่อไม้ ตลอดจนพืชผักต่างๆ สำหรับประกอบอาหาร ตอนเย็นขึ้นศาลาไหว้พระสวดมนต์

การสวดมนต์นี้เมื่อคุณแม่ชีแก้วท่านชรามากต่างก็แยกสวดมนต์ ยกเว้นวันพระให้ลงทำวัตรที่ศาลาทุกคนร่วมกับหญิงชาวบ้านที่มารักษาศีลอุโบสถ จุดเทียนเดินจงกรมจนถึงเวลาประมาณ ๒๐.๐๐ น.หรือ ๒๑.๐๐ น. แล้วนั่งภาวนาถึงเวลาประมาณ ๒๒.๐๐ น. จึงนอนพักผ่อน คุณแม่ชีแก้วและคณะแม่ชีบ้านห้วยทรายปฏิบัติเช่นนี้เป็นกิจวัตร

ในปีพุทธศักราช ๒๕๒๐ ขณะนั้นคุณแม่ชีแก้วมีอายุ ๗๖ ปี ท่านได้ล้มป่วยด้วยวัณโรค เบาหวาน และมะเร็งที่ปอด

ปีพุทธศักราช ๒๕๓๔ ด้วยธาตุขันธ์ในวัยชราและอาการป่วยที่รุมเร้า และในที่สุดคุณแม่ชีแก้วก็จากไปด้วยอาการสงบ ในวันที่ ๑๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๔ เวลา ๐๙.๒๕ น.ที่สำนักชีบ้านห้วยทราย อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร สิริอายุ ๙๐ ปี ๕๔ พรรษา

ในงานถวายเพลิวคุณแม่ชีแก้วมีหลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน เป็นประธาน มีพระกรรมฐานทั่วทุกสารทิศมาเพื่อไว้อาลัยปลงธรรมสังเวชวีรสตรีในทางพระพุทธศาสนาแห่งยุค ในงานนั้นผู้เขียนได้ไปด้วย รู้สึกประทับใจไม่รู้ลืม.

จากหนังสือ พระธุตังคเจดีย์ เจดีย์แห่งพระอรหันต์
วัดอโศการาม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ

Edited by TupLuang, 21 September 2008 - 06:48 PM.





0 user(s) are reading this topic

0 members, 0 guests, 0 anonymous users

ประกาศ ! : ข้อความที่ถูกพิมพ์ หรือเผยแพร่ออกจากเว็บบอร์ด Thaiware Community Board แห่งนี้ ถือเป็น ความคิดเห็นส่วนบุคคลทั้งสิ้น ซึ่งทางเว็บไซต์ Thaiware.com จะ ไม่รับผิดชอบ ต่อสิ่งที่เกิดขึ้น อันเป็นเหตุมาจากการพิมพ์จากทางผู้ใช้ และสมาชิก แต่อย่างไรก็ตามถ้าหาก ท่านใดพบ ข้อความที่เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม ได้ถูกเผยแพร่ลงในเว็บไซต์ อาทิเช่น คำพูดที่ลบหลู่ ดูหมิ่นต่อ ความมั่นคงของชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย์ รวมไปถึงการเผยแพร่รูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ สิ่งผิดกฏหมายต่างๆ กรุณาแจ้ง ทางทีมงาน มาได้ที่ webmaster@thaiware.com หรือ โทรศัพท์มาแจ้งได้ที่ 0-2635-0744 (ทุกวัน จันทร์ - ศุกร์ เวลา 9.30 - 17.30 น.) ซึ่งเราจะรีบดำเนินการลบโดยเร็วที่สุด ...