Jump to content


ประกาศย้าย Thaiware Community ไปที่ QA.THAIWARE.COM

ขณะนี้ทางเว็บ Thaiware.com ได้เปิด บริการใหม่ภายใต้หัวข้อ THAIWARE Q&A (ถาม - ตอบ) เมื่อต้นเดือน มกราคม พ.ศ. 2556 (2013) ที่ผ่านมา หากใครมีข้อสงสัย มีคำถามต่างๆ จะสอบถาม เรามีทีมงานที่จะคอยดูแลตอบคำถาม ไขข้อข้องใจตลอดเวลา


สำหรับในหน้า COMMUNITY.THAIWARE.COM นี้เราจะเก็บเอาไว้เป็นคลังกระทู้เก่า เพื่อค้นคว้าหาความรู้ที่เคยพูดคุยกันมา ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งต่อไปโดยจะไม่สามารถตั้งกระทู้ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ ในหน้านี้ได้ ดังนั้นขอเชิญที่ QA.THAIWARE.COM แทน สำหรับสมาชิกเก่าในที่นี้ กรุณาสมัครสมาชิกใหม่อีกครั้งก่อนการใช้งานที่ THAIWARE Q&A (ถาม - ตอบ)


ขอบคุณที่ใช้บริการตลอดมา
ทีมงาน Thaiware.com
หากมีข้อสงสัยติดต่อ 0-2635-0744 ต่อ 12



Photo

นายแคล้ว ธนิกุล อมสมเด็จไว้ในปาก ระลึกถึงคุณของพระพุทธเจ้า ขึ้นสวรรค์นาน


  • Please log in to reply
5 replies to this topic

#1 tuenum

tuenum

    กิ๊กไทยแวร์ ^^)

  • Silver Members
  • PipPipPipPip
  • 466 posts

Posted 15 November 2010 - 12:11 PM

นายแคล้ว ธนิกุล อมสมเด็จไว้ในปาก ระลึกถึงคุณของพระพุทธเจ้า ขึ้นสวรรค์


คนที่ทําเลวมาทั้งชีวิต ยังไงๆก่อนตาย จิตใต้สำนึกของเขาย่อมระลึกถึง สิ่งที่เขาทํามาให้เห็นเอง จะไปบังคับให้นึกถึงสิ่งที่เป็นกุศลสูงสุด คือ พระพุทธเจ้ามันจึงยากมากๆ มีโอกาสน้อยเต็มที แต่ไม่ใช่ไม่มีทางมีสติระลึกถึงพระคุณของพระพุทธเจ้านะ มีทางระลึกถึง แต่อาจจะแค่ 1 ใน 100 เท่านั้น

เหมือนนายแคล้ว ธนิกุล ทำชั่วมามาก แต่ใครว่าเขาตกนรก เขาขึ้นสวรรค์นะครับ ลองฟังเรื่องนี้ดู ผมคัดจากหน้า 77 หนังสือ สมดุลโลก สมดุลใจ สมดุลธรรม


" กรณีของเจ้าพ่อเมืองหลวง คุณแคล้ว ธนิกุล ซึ่งถูกกลุ่มมือปืนล้อมยิงจนเสียชีวิตคารถยนต์ ตามเนื้อข่าวนั้นที่ข้างตัวคุณแคล้วมีปืนสั้นตกอยู่หนึ่งกระบอก คาดว่าคุณแคล้วคงคิดจะต่อสู้ป้องกันตัว เมื่อคิดจะต่อสู้ป้องกันตัว ภาวะของจิตขณะนั้นน่าจะเป็นอย่างไร อกุศลไช่ไหม ในเมื่อมึงคิดจะฆ่ากู กูก็จะฆ่ามึง ชาติเสือต้องไว้ลาย ขณะที่คิดฆ่าเขาจิตเป็นอกุศลใช่ไหม

แต่ถ้าใครจำภาพข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐได้ คุณแคล้วตายในขณะที่อมอะไรไว้ในปาก อมพระสมเด็จวัดระฆัง จิตสุดท้ายยึดเหนี่ยวพระสมเด็จ(พระพุทธเจ้า)เป็นที่พึ่ง คุณแคล้วโชคดีมากที่มีพระสมเด็จติดตัวตลอด แม้จะเอาชีวิตไม่รอดแต่คุณแคล้วก็รอดครั้งสำคัญ คือ รอดจากนรก เพราะหลังจากที่คุณแคล้วตายวันเดียว

เขาทราย กาแลคซี่ ขึ้นชกมวยป้องกันตำแหน่งไว้ได้ มีการมอบรางวัลบนเวที มีผู้เห็นคุณแคล้วปรากฎตัวอยู่บนเวทีผ่านจอโทรทัศน์ หลังจากนั้นอีกหนึ่งวัน หนังสือพิมพ์ไทยรัฐลงข่าวว่า มีผู้เห็นคุณแคล้วแต่ชุดสากลเดินเข้าไปในสมาคมมวยแห่งประเทศไทย

แล้วถัดมาอีกหลายปี หลวงปู่โง่น โสรโย เขียนหนังสือเรื่องพระพี่นางสุพรรณกัลยา ท่านเล่าว่า คุณแคล้วเอารถลีมูซีนมารับท่านไปส่งที่วัด นั่น....

ผีคุณแคล้ว เอารถลีมูซีนผี มารับท่านไปส่งถึงวัด เป็นการยืนยันว่า คุณแคล้วไม่ตกนรก แต่เป็นเทวดา เพราะว่าเทวดาเท่านั้นจึงจะแสดงฤทธิ์ สร้างกุศลเช่นนั้นได้ นี่อย่างไร ขณะจิตสุดท้ายที่เป็นกุศล ระลึกยึดเหนี่ยวในพระสมเด็จมีพุทธานุสสติ จึงมีสิทธิ์ที่จะเสวยผลจากข้อมูลที่เป็นบวกก่อน

แต่ในลักษณะเช่นนี้ นานเท่าใดจึงจะใช้ข้อมูลที่เป็นกุศลนั้นหมดไป ก็กี่วินาทีที่ระลึกถึงพระสมเด็จ เพียงแค่หนึ่งวินาที จิตเกิดดับไปแล้ว สี่ล้านล้านขณะ หนึ่งวินาทีได้ตั๋วตั้งสี่ล้านล้านใบ (ท่านเปรียบเทียบกับการดูภาพยนต์...ป้าเม) ตั๋วหนึ่งใบดูหนังได้สองชั่วโมง (ท่านสมมติ...ป้าเม) ถามว่า

คุณแคล้วจะเป็นเทวดาได้นานแค่ไหน???


ลองฟังคำตอบจากหลวงตาม้าเอาเอง:

คัดจาก หลวงตาม้าสอนศิษย์ > หลวงตา....ที่ผมรู้จัก
w.watthummuangna.com/board/archive/index.php/t-3145.html



ครั้งหนึ่งข้าพเจ้าเคยถามหลวงตาท่านว่า...


หลวงตาค่ะ...ถ้าเรายังไม่ถึงระดับพระอริยบุคคล อย่างเช่นพระโสดาบัน เรายังตัดสังโยชน์ไม่ได้ ก็มีสิทธิ์ไปอบายภูมิได้ใช่ไหมค่ะ..


.....ไม่ได้...ถ้าเรายึดไตรสรณคมได้นะ...อบายภูมิไม่ใช่ที่ไป


อ้าววว..งั้นถ้าคนเกิดมาแล้วทำเลวทั้งชาติ ตอนตายจับพระได้ก็ไม่ลงนรกซิค่ะ...หลวงตา


.....ใช่...ก็อย่าง***งัย ตอนตายจับพระได้ ตอนนี้ยังเป็นเทวดาอยู่เลย


งั้นก็เป็นได้ไม่นานซิค่ะ..หลวงตา เพราะทำไม่ดีไว้มาก


.....นานนะ...ขึ้นอยู่กับบารมีของพระที่จับด้วย


ยังงั้นถ้าคนทำไม่ดีไว้ ตอนตายจับพระได้ จะไปใช้กรรมตอนไหนล่ะค่ะ

....ยังงัยก็ต้องชดใช้........


สรุป


พระพุทธเจ้าตรัสว่า

"ผู้ถือเอาพระรัตนตรัยอันประกอบด้วยอุดมคุณอย่างนี้นั้น ชื่อว่าพ้นจากอบาย ทั้งยังจะได้เกิดในเทวโลก"

"ชนเหล่าใดเหล่าหนึ่งได้ถึงพระพุทธเจ้าเป็นสรณะแล้ว จักไม่เข้าสู่อบายภูมิ ครั้นละจากอัตภาพของมนุษย์แล้ว ย่อมยังกายของเทพให้บริบูรณ์"

"ผู้ถึงพระรัตนตรัยอันประกอบด้วยคุณอันอุดมอย่างนี้ ชื่อว่าจะเป็นผู้บังเกิดในนรกเป็นต้นย่อมไม่มี อนึ่งพ้นจากการบังเกิดในอบายแล้ว ยังจะเกิดขึ้นในเทวโลกได้เสวยมหาสมบัติ"


“คนที่ไม่เคยใส่บาตร ไม่เคยฟังเทศน์ ไม่เคยยกมือไหว้ นึกถึงชื่อตถาคตอย่างเดียว ตายแล้วไปสวรรค์ไม่ใช่นับร้อย นับพัน นับเป็นโกฏิ”


มีพุทธพจน์รองรับเต็มไปหมด อย่างไรก็ตาม จะเห็นได้ว่าจากพุทธดำรัส ใช้คำว่า ผู้ถึงพระรัตนตรัย ได้ถึงพระพุทธเจ้าเป็นสรณะแล้ว ผู้ถือเอาพระรัตนตรัย

ไม่ใช่เป็นการนึกถึงเล่นๆแต่อย่างใด ต้องมีการใส่ใจ เอาใจลงไปใส่ลงในพระพุทธเจ้าและพระรัตนตรัย หรือศรัทธาเลื่อมใส เช่น นายแคล้ว ธนิกุล เขาทำอย่างนั้นอยู่เสมอมา วาระสุดท้ายก็อมสมเด็จไว้ เขาจึงไม่ตกนรก

..................................................................................................


ถามว่า: ผู้ที่ทำบาปมาตั้ง ๑๐๐ ปี ถ้าเวลาจะตาย ทำจิตให้ผ่องใสได้ก็ไปสุคคติ โดยเฉพาะมีสติระลึกถึงพระคุณของพระพุทธเจ้า เขาจะได้ไปเกิดในสวรรค์ จริงหรือ?

พระเจ้ามิลินท์ตรัสถามว่า

"ดูก่อนพระนาคเสน คำที่เธอว่าผู้ที่ทำบาปกรรมเรื่อยมาแม้ตั้ง ๑๐๐ ปี แต่ถ้าเวลาจะตาย มีสติระลึกถึงพระคุณของพระพุทธเจ้าได้
ก็ย่อมนำไปเกิดในสวรรค์ ส่วนผู้ที่ทำบาปแม้แต่ครั้งเดียวก็ย่อมไปเกิดในนรกนั้น ดูไม่สมเหตุผล ข้าพเจ้าก็ยังไม่เห็นด้วย"

พระนาคเสนทูลตอบว่า

"ขอถวายพระพร ศิลาแม้ก้อนเล็กโดยลำพังจะลอยน้ำได้หรือไม่"

" ไม่ได้ "

" ก็ถ้าศิลาตั้ง ๑๐๐ เล่มเกวียน แต่อยู่ในเรือ ศิลานั้นจะลอยน้ำได้หรือไม่ "

" ก็ได้สิเธอ "

" ขอถวายพระพร เปรียบบุญกุศลเหมือนเรือ บาปกรรมเหมือนศิลา อันคนที่กระทำบาปอยู่เสมอจนตลอดชีวิต ถ้าเวลาจะตาย มิได้ปล่อยจิตใจให้ตามระทมถึงบาปที่ตัวทำมาแต่หลังนั้น สามารถประคองใจไว้ในแนวแห่งกุศลอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น อาจทำใจให้แน่วอยู่เฉพาะแต่ในพระคุณของพระพุทธเจ้าเท่านั้น ถ้าตายลงในขณะแห่งจิตดวงนั้น ก็เป็นอันหวังได้ว่าไปสู่สุคติ ประหนึ่งศิลา ซึ่งมีเรือทานน้ำหนักไว้ มิให้จมลงฉะนั้น ส่วนผู้ที่กระทำบาปที่สุดแต่ครั้งเดียว ถ้าเวลาใกล้จะดับจิต เพียงแต่จิตหวนไปพัวพันถึงกิริยาอาการที่ตัวกระทำบาปกรรมไว้เท่านั้น จิตดวงนั้นก็เป็นหนักพอที่จะถ่วงตัวไปให้เกิดในนรก ซึ่งเหมือนศิลาที่เราโยนลงไปในน้ำ แม้จะก้อนเล็กก็คงจมเช่นเดียวกัน "

" สมเหตุสมผลละ
"

Edited by tuenum, 15 November 2010 - 12:17 PM.


#2 ปองศักดิ์包青天

ปองศักดิ์包青天

    Only You...

  • Exclusive Members
  • PipPipPipPipPipPip
  • 2,376 posts
  • Gender:Male
  • Location:some where you belong
  • Interests:สังขารทั้งหลายย่อมเสื่อมไปเป็นธรรมดา

Posted 16 November 2010 - 04:28 AM

อยากได้ข้อสรุปที่บอกว่านายแคล้ว ธนิกุลไปสวรรค์ครับ ยังไม่ได้อะไรเลย มีคนบอกว่ามีเทวดาแคล้ว ธนิกุลมา

ก็คือ "มีคนบอกบอกเล่ามา" ข้อที่ยังไม่ควรปักใจเชื่อตามกาลามสูตร

อันข้อเหตุผลที่ยกเอามาก็สมเหตุสมผลไม่เถียงเลยครับ

ผมยังคงคลางแคลงที่ว่า นายแคล้ว ธนิกุล ไปสวรรค์

พระโลสกเถระสมัยพุทธกาล เคยเกิดชาติหนึ่งเป็นพระเจ้าอาวาส เคยริษยา พระภิกษุแล้วใส่ร้าย พอพระภิกษุรูปนั้นบิณฑบาตรมาได้ วางบาตรไว้ยังมิไดฉัน เจ้าอาวาสก็เอาบาตรไปเท พระเจ้าอาวาสรูปนั้นก็เสียใจในภายหลัง ฉันไม่ได้ จำวัตรไม่ได้ ซูบผอม พอตายตกนรกหมกไหม้ เกิดเป็นหมาถึง ๕๐๐ ชาติ พอหมดกรรมเกิดเป็นเดียรัจฉาน ไปเกิดเป็นคนที่ยากคนข้นแค้นพอดื่มนมแม่ไม่นาน พ่อแม่ก็ไล่ออกไปให้ขอทานกิน เป็นอย่างนี้อีกหลายชาติ ก่อนมาเกิดเป็นพระโลสกเถระก็ได้รับบุพกรรมไม่แตกต่างจากชาติที่เกิดเป็นคนในชาติที่ผ่านมา ก่อนมาเจอพระสารีบุตร แม้จะบวชแล้ว พอไปบิณฑบาตร ก็ไม่ได้รับอาหารจากโยมเลย แม้พระสารีบุตรจะนำออกบิณฑบาตรก็ได้รับบิณฑบาตรแต่พระสารีบุตร พระโลสกเถระไม่ได้รับอาหารใดๆเลย ก่อนมรณภาพก็ได้แค่ขนมหวานฉันจนอิ่มเท่านั้นเอง โดยความกรูณาของพระสารีบุตรที่ไปเอาขนมหวานที่จัดเลี้ยงพระมารวบรวมไว้ให้พระโลสกเถระ

นายแคล้วธนิกุล นับถือพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ อันเป็นพระรัตนตรัย อย่างสูงสุดหรือไม่?

สมควรอย่างยิ่งที่จะยกเอาเหตุผลอันเป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้มานะครับ การที่นายแคล้วอมหลวงพ่อวัดระฆังนั้นพิสูจน์ได้ว่าจริงๆก็อมไว้

แต่ยังไม่ได้เป็นการพิสูจน์ว่านายแคล้วนับถือพระรัตนตรัยอย่างหมดจด บริบูรณ์ เพราะการอมเป็นกายกรรม การนับถือเป็นมโนกรรม
ลุงอินดี้มาแล้ว~~

#3 ปองศักดิ์包青天

ปองศักดิ์包青天

    Only You...

  • Exclusive Members
  • PipPipPipPipPipPip
  • 2,376 posts
  • Gender:Male
  • Location:some where you belong
  • Interests:สังขารทั้งหลายย่อมเสื่อมไปเป็นธรรมดา

Posted 16 November 2010 - 04:38 AM

เรื่องที่สำคัญที่สุด พระพุทธศาสนา มีพระปาติโมกขธรรมคือ "ทำดี ละชั่ว มีจิตผ่องใส"

ทำไมคุณยังเอาเรื่องพวกทำชั่วแต่ก็มีผลลัพธ์ดีได้ แต่มีข้อแม้คืออะไรต่อ....อะไร หยิบยกเอามาเป็นข้อเหตุผลเช่นนี้

ไม่สมควรเลย
ลุงอินดี้มาแล้ว~~

#4 tuenum

tuenum

    กิ๊กไทยแวร์ ^^)

  • Silver Members
  • PipPipPipPip
  • 466 posts

Posted 18 November 2010 - 01:02 AM

เรื่องที่สำคัญที่สุด พระพุทธศาสนา มีพระปาติโมกขธรรมคือ "ทำดี ละชั่ว มีจิตผ่องใส"

ทำไมคุณยังเอาเรื่องพวกทำชั่วแต่ก็มีผลลัพธ์ดีได้ แต่มีข้อแม้คืออะไรต่อ....อะไร หยิบยกเอามาเป็นข้อเหตุผลเช่นนี้

ไม่สมควรเลย


"ทำดี ละชั่ว มีจิตผ่องใส" ทำได้นั่นแหละประเสริฐมาก ไม่จำเป็นต้องพึ่งพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์องค์ใดเลย
แต่ในทางปฏิบัติ มนุษย์ทุกคนต้องเคยทำบาปมาไม่มากก็น้อย แต่ไม่รู้วิธีแก้บาปกรรมของตนเอง เพราะพระส่วนใหญ่ที่ไม่ปฏิบัติถึงขั้นอรหันต์ ก็ล้วนแต่โดนมารหลอกใช้ ไม่ให้เปิดเผยวิธีหนีนรก ไปสวรรค์ เช่น เรื่องการก้าวล่วงบาปกรรม(สำนึกบาป และตั้งใจไม่ทำบาปเช่นนั้นอีกตลอดไป) เรื่องขอพึ่งพระบารมีของพระพุทธเจ้าพระองค์ต่างๆ และอีกหลายเรื่อง

คุณ'ปองศักดิ์ เข้ามาแย้งกับผมในกระทู้มากมาย ทั้งๆที่ไม่เคยมีเหตุผลใดๆมาค้านผมได้ เนื่องจากเรื่องของผมเป็นพุทธพจน์ทั้งสิ้น และมีพระอริยะสงฆ์พูดรองรับทั้งนั้น ผมจะบอกคุณนะ มารในใจคุณ เขาเอาทิฏฐิมานะ ความอยากเอาชนะผม ฯลฯ มาหลอกคุณให้มาเถียงผมแบบลมๆแล้งๆ

#5 tuenum

tuenum

    กิ๊กไทยแวร์ ^^)

  • Silver Members
  • PipPipPipPip
  • 466 posts

Posted 19 November 2010 - 01:20 PM

แค่ปากอมพระ มนุษย์สมบัติ ยังรักษาไว้ไม่ได้
ถ้าหวังจะครองสวรรค์สมบัติ
ใจต้องมี หิริโอตัปปะ ครับ




ก็ใช่ครับ ถ้าคนเรามีหิริโอตัปปะ ก็จะมีความละอายและเกรงกลัวต่อบาป คนหรือมนุษย์ผู้นั้น จะได้ไปเกิดเป็นเทวดา แต่ความพยายามจะมีหิริโอตัปปะสำหรับคนทั่วไป มันทำยากๆๆๆๆมากๆๆๆครับ โดยเฉพาะต้องทำตลอดชีวิต มนุษย์เราจึงต้องพึ่งพระบารมีของพระพุทธเจ้า

#6 tuenum

tuenum

    กิ๊กไทยแวร์ ^^)

  • Silver Members
  • PipPipPipPip
  • 466 posts

Posted 20 November 2010 - 08:26 PM

จิตก่อนตาย ครับแบบนี้ แต่ถึงจะไปบนสวรรค์ เมื่อบุญหมดก็ต้องลงมาใช้ในนรก บุญกรรมก่อนตายแยกก่อน ใช้กรรมตัวนี้ก่อน พอตายก็สร้างกรรมใหม่บนสวรรค์ สะสมไป หนีมันหนีไม่ได้หรอกต่อให้สูงขนาดไหนก็ต้องมาใช้กรรมในนรกอยู่ดีอย่าคิดว่าจะหนีได้กฏต้องเป็นกฏ555


ถูกต้องครับ จิตก่อนตาย เป็นกุศล ก็จะขึ้นสวรรค์ก่อน แต่อยู่ได้ไม่นาน เช่น 3 วัน 7 วัน เมื่อบุญหมดก็ต้องลงมาใช้ในนรก แต่ในกรณีจิตสุดท้ายยึดเหนี่ยวพระพุทธเจ้าหรือพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง อยู่บนสวรรค์นานมากๆๆๆๆ ยิ่งถ้าจิตสุดท้ายระลึกถึงพระอมิตาภพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง = หมดทางตกลงมาในภูมิต่ำอีกเลย อยู่ในแดนสุขาวดีตลอดไป จนกว่าจะบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์หรือพระโพธิสัตว์อรหันต์




1 user(s) are reading this topic

0 members, 1 guests, 0 anonymous users

ประกาศ ! : ข้อความที่ถูกพิมพ์ หรือเผยแพร่ออกจากเว็บบอร์ด Thaiware Community Board แห่งนี้ ถือเป็น ความคิดเห็นส่วนบุคคลทั้งสิ้น ซึ่งทางเว็บไซต์ Thaiware.com จะ ไม่รับผิดชอบ ต่อสิ่งที่เกิดขึ้น อันเป็นเหตุมาจากการพิมพ์จากทางผู้ใช้ และสมาชิก แต่อย่างไรก็ตามถ้าหาก ท่านใดพบ ข้อความที่เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม ได้ถูกเผยแพร่ลงในเว็บไซต์ อาทิเช่น คำพูดที่ลบหลู่ ดูหมิ่นต่อ ความมั่นคงของชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย์ รวมไปถึงการเผยแพร่รูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ สิ่งผิดกฏหมายต่างๆ กรุณาแจ้ง ทางทีมงาน มาได้ที่ webmaster@thaiware.com หรือ โทรศัพท์มาแจ้งได้ที่ 0-2635-0744 (ทุกวัน จันทร์ - ศุกร์ เวลา 9.30 - 17.30 น.) ซึ่งเราจะรีบดำเนินการลบโดยเร็วที่สุด ...