Jump to content


ประกาศย้าย Thaiware Community ไปที่ QA.THAIWARE.COM

ขณะนี้ทางเว็บ Thaiware.com ได้เปิด บริการใหม่ภายใต้หัวข้อ THAIWARE Q&A (ถาม - ตอบ) เมื่อต้นเดือน มกราคม พ.ศ. 2556 (2013) ที่ผ่านมา หากใครมีข้อสงสัย มีคำถามต่างๆ จะสอบถาม เรามีทีมงานที่จะคอยดูแลตอบคำถาม ไขข้อข้องใจตลอดเวลา


สำหรับในหน้า COMMUNITY.THAIWARE.COM นี้เราจะเก็บเอาไว้เป็นคลังกระทู้เก่า เพื่อค้นคว้าหาความรู้ที่เคยพูดคุยกันมา ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งต่อไปโดยจะไม่สามารถตั้งกระทู้ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ ในหน้านี้ได้ ดังนั้นขอเชิญที่ QA.THAIWARE.COM แทน สำหรับสมาชิกเก่าในที่นี้ กรุณาสมัครสมาชิกใหม่อีกครั้งก่อนการใช้งานที่ THAIWARE Q&A (ถาม - ตอบ)


ขอบคุณที่ใช้บริการตลอดมา
ทีมงาน Thaiware.com
หากมีข้อสงสัยติดต่อ 0-2635-0744 ต่อ 12



Photo

สวรรค์ชั้นดุสิต กับ พุทธเกษตรดุสิต เป็นคนละจุดกัน


  • Please log in to reply
3 replies to this topic

#1 tuenum

tuenum

    กิ๊กไทยแวร์ ^^)

  • Silver Members
  • PipPipPipPip
  • 466 posts

Posted 12 January 2012 - 04:11 PM

พุทธภูมิ คืออะไร?


พุทธภูมิ = แดนนิพพาน = เมืองพระนิพพาน = วิสุทธิภูมิ ที่เป็นที่อยู่ของพระพุทธเจ้าและสาวกของพระพุทธเจ้าองค์นั้น รวมทั้งเป็นที่อยู่ของบุคคลที่จะมาเกิดเป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต ที่เรียกว่าพระโพธิสัตว์ แม้แต่พระอรหันต์โพธิสัตว์ที่ไม่ได้ปราถนาเป็นพระพุทธเจ้า แต่ต้องการช่วยเหลือสรรพจิตให้เข้าสู่นิพพาน เช่น พระมหาโพธิสัตว์กวนอิม พวกท่านก็อาศัยอยู่ในพุทธภูมิ(แดนนิพพาน, เมืองพระนิพพาน, วิสุทธิภูมิ)นี้ได้ด้วย

พุทธเกษตรหรือพุทธภูมิที่รู้จักกันดีมี 4 แห่ง คือ:

1. สุขาวดีพุทธเกษตร ของพระอมิตาภะ อยู่ทางทิศตะวันตก
2. พุทธเกษตรของพระพุทธไภสัชชคุรุไวฑูรย์ประภา-ราชา อยู่ทางทิศตะวันออก เป็นพุทธเกษตรซึ่งมีรัศมีไพโรจน์แล้วด้วยมณีไพฑูรย์
3. พุทธเกษตรของพระอักโษภยะแห่งหนึ่ง และ
4. พุทธเกษตรดุสิตหรือมณฑลเกษตรดุสิตของพระเมตไตรยโพธิสัตว์ มณฑลเกษตรดุสิตของพระเมตไตรยโพธิสัตว์ มีสวรรค์ชั้นดุสิตรวมอยู่ด้วย

ในพระสูตรมหายานหลายนิกาย พระพุทธเจ้าได้พูดถึงพุทธเกษตรดุสิต และในพระไตรปิฎกเถรวาทมีการพูดถึงสวรรค์ขั้นดุสิต แต่ไม่ค่อยมีผู้รู้ในเมืองไทยเรื่องพุทธเกษตรดุสิต และ สวรรค์ขั้นดุสิต พอจะอธิบายห้ผมฟังได้ และผมก็ค้นคว้าข้อมูลเรื่องนี้ได้น้อยมากในพระสูตรมหายานและเถรวาท ผมจึงตัดสินใจสอบถามพระศรีอริยะเมตไตรยโพธิสัตว์ และพระมหาโพธิสัตว์กวนอิมปางประทานพรเรื่องนี้ดู

เรื่องนี้เป็นปัจจัตตัง ทำเอง รู้เอง เห็นเอง ใครจะเชื่อผมหรือไม่ ก็ไม่เป็นไรนะครับ ผมเป็นพวกเก็บความลับของฟ้าไม่ได้อยู่แล้ว ต้องคายความลับออกมาให้ท่านผู้อ่านที่มีความอยากรู้อยากเห็นทราบ


พุทธเกษตรดุสิต กับ สวรรค์ชั้นดุสิตไม่ใช่สถานที่เดียวกัน


พุทธเกษตรดุสิต ผู้ที่เข้าไปอยู่ได้ เป็นผู้ที่ไม่เกิด ไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ตาย คือ อรหันต์

สวรรค์ชั้นดุสิต เป็นที่สำหรับกายทิพย์ธรรมดาที่ยังไม่บรรลุธรรมถึงขั้นอรหันต์ หรือเป็นพระโพธิสัตว์ธรรมดา ที่ไม่ใช่อรหันต์โพธิสัตว์

พระศรีอริยะเมตตรัยโพธิสัตว์(พระอชิตะ) ท่านจะอยู่ 2 แห่งเลย เรียกว่ามีบ้าน 2 หลัง เพราะท่านเป็นทั้งอรหันต์ เป็นทั้งพระโพธิสัตว์ที่จะเป็นพุทธเจ้าในอนาคต หลวงปู่ดู่ หลวงปู่ทวด หลวงพ่อโตวัดระฆัง พวกท่านก็ล้วนเป็นจิตของพระศรีอริยะเมตตรัยโพธิสัตว์ ที่จะมาเป็นพระพุทธเจ้า ท่านก็มีบ้าน 2 หลังด้วยเช่นกัน แต่เป็นคนละหลังหรือคนละส่วนกับพระศรีอริยะเมตตรัยโพธิสัตว์(พระอชิตะ)

มารดาของพระพุทธเจ้า คือ พระนางสิริมหามายา ซึ่งเมื่อสิ้นพระชนม์แล้ว ก็บังเกิดเป็นเทพบุตรอยู่ที่สวรรค์ชั้นดุสิต เพราะท่านเป็นกายทิพย์ธรรมดา ที่ยังไม่บรรลุธรรมถึงขั้นอรหันต์ ต่อมาฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าที่ไปเทศน์โปรดท่านบนสวรรค์ชั้นดุสิต พระนางสิริมหามายา ที่กลับไปเป็นเทพบุตรผู้ชายแล้ว ก็บรรลุโสดาบัน

หลังจากที่พระอชิตะมรณะภาพลง พระอชิตะก็ไปบอกความจริงให้พระนางสิริมหามายารู้ว่า พระนางเป็นจิตหนึ่งของพระศรีอริยะเมตตรัยโพธิสัตว์ ท่านเคยอธิษฐานขอเกิดเป็นแม่พระพุทธเจ้า บารมีท่านถึง จึงได้เป็นไปตามคำอธิษฐาน

พอพระอชิตะซึ่งเป็นอีกจิตหนึ่ง และเป็นจิตแรกที่บรรลุธรรมกลายเป็นของพระศรีอริยะเมตตรัยโพธิสัตว์(อรหันต์) ท่านจึงได้มาถ่ายถอดความเป็นโพธิสัตว์อรหันต์ให้พระนางสิริมหามายา จนเทพบุตรแม่ของพระพุทธเจ้าบรรลุเป็นอรหันต์โพธิสัตว์ตาม แล้วย้ายไปอยู่พุทธเกษตรดุสิตแทนสวรรค์ชั้นดุสิต แต่ผมก็ลืมถามไปว่าวิมานของท่านบนสวรรค์ชั้นดุสิตยังคงอยู่หรือไม่

เรื่องพระศรีอริยะเมตตรัย(อชิตะ)เป็นเรื่องทั่วไปที่ทราบกันดี แต่เรื่องที่พระศรีอริยะเมตตรัย ถ่ายถอดความเป็นอรหันต์โพธิสัตว์ให้เทพบุตรพระนางสิริมหามายา คนส่วนใหญ่ไม่มีทางทราบ

ผมไม่กลัวและไม่สนใจว่าใครจะหาว่าผมบ้าหรือเพี้ยนอยู่แล้ว ผมจึงขอเล่าเรื่องอจินไตยเรื่องนี้ให้ท่านผู้อ่านฟัง

#2 tuenum

tuenum

    กิ๊กไทยแวร์ ^^)

  • Silver Members
  • PipPipPipPip
  • 466 posts

Posted 12 January 2012 - 06:52 PM

หลงเข้ามา เขียน: สถานที่ที่ว่า มีความเกิด ความแก่่รึเปล่า

ตอบ

อ้อ! แดนนิพพานอีกแห่งหนึ่ง หรือพุทธเกษตรอีกแห่งหนึ่งเกิดขึ้นในยุคโคตมพุทธเจ้า คือ พุทธเกษตรศากยมุนี พระอรหันต์ในครั้งพุทธกาล จนถึงพระอรหันต์ในยุคปัจจุบัน เช่น หลวงตามหาบัว หลวงปู่มั่น หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ฯลฯ ท่านก็อยู่ในพุทธเกษตรแห่งนี้


ส่วนพุทธเกษตรดุสิต ก็เป็นที่อยู่ของอายตนะนิพพาน หรือ ธรรมกาย หรือ พระอรหันต์ หรือ พระวิสุทธิเทพเช่นกัน จะมีความเกิด แก่ ได้อย่างไร แต่ตอนนี้พระศรีอริยะเมตไตยพุทธเจ้ายังไม่มาเปิดกุญแจประตูทางเข้าพุทธเกษตรดุสิต ต้องรอพระองค์ก่อน

-ชาวพุทธเถรวาทเข้าได้แต่พุทธเกษตรศากยมุนี
-ชาวพุทธมหายานเข้าพุทธเกษตรสุขาวดีได้
-ชาวคริสต์เข้าพุทธเกษตรสวรรค์ของพระคริสต์ได้

กฎกติกาการเข้าพุทธเกษตรแต่ละแห่งมีอยู่

พวกเรา แต่เดิมก็เป็นอายตนะนิพพานมาก่อน เพราะพระพุทธเจ้าตรัสว่า พวกเรา เดิมเป็นจิตปภัสสร แต่หลงกลอวิชชา จึงถูกดีดตกภูมิลงมาเรื่อยๆจนเป็นคุณกับผมในตอนนี้ยังไงล่ะ

อายตนะนิพพานเดิมของเรา ไม่รู้ในการติดโปรแกรมป้องกันไวรัสอวิชชา เลยติดไวรัสกันหมด จนพระพุทธเจ้าต้องลงมาสอนวิธีติดโปรแกรมป้องกันไวรัสอวิชชา คือ สติปัฏฐาน 4

ผมติดโปรแกรมนี้ไว้แล้ว แต่ไวรัสอวิชชา มันมีไวรัสราคะ ไวรัสโลภ ด้วย ผมยังฆ่ามันไม่หมด พระพุทธเจ้าจะให้ผมฆ่ามัน ผมต้องบอกพระองค์ว่า ยังก่อน ขืนไปฆ่าไวรัสตัวนี้ ครอบควัวของผมอาจลำบากไปด้วย เพราะผมรู้ว่า ท่านอาจจะให้ผมล้มละลายในการค้าเพื่อให้เห็นกฎแห่งอนิจจังให้ชัด

เมื่อไม่ทุกข์เสียใจจากการล้มละลาย ก็เป็นอรหันต์ เรื่องอะไรผมจะเป็นล่ะ

#3 tuenum

tuenum

    กิ๊กไทยแวร์ ^^)

  • Silver Members
  • PipPipPipPip
  • 466 posts

Posted 13 January 2012 - 12:28 AM

2ชาติ บรรลุธรรม. . .: ตายละ่วา นิพพานแล้วยังมีที่ให้ไปอยู่อีกหรอ แล้วตูจะปฏิบัติไปทำไม ตูไม่อยากเกิด!!:

ไม่มีใครฆ่าจิตได้ครับ โลกุตตระนิพพานเป็นเรื่องของจิตที่หยุดนิ่งไม่คิดปรุงแต่งใดๆเท่านั้น นิพพานไม่ใช่หมายถึงว่าไม่มีอะไรเลยนะครับ นิพพานมันมีจิตอยู่

แ่ต่เมืองนิพพาน คือ ที่อยู่ของอายตนะนิพพาน(ธรรมกาย หรือกายธรรม)

อ่านเรื่องนี้ดูซิครับแล้วจะเข้าใจ

นิพพานพรหม เมืองพระนิพพาน และโลกุตตรนิพพาน แตกต่างกัน
- นิพพานพรหมต้องทำอรูปณาน....จึงจะเข้าไปถึงได้
- เมืองพระนิพพาน ต้องเป็นพระอรหันต์ เข้าถึงบุคคลศูนยตา ได้ธรรมกาย อันเป็นอายตนะนิพพาน....จึงจะเข้าไปถึงได้
- โลกุตตรนิพพาน พระอรหันต์ ต้องละบุคคลศูนยตา หรือละอายตนะนิพพาน เหลือเพียงจิตที่ว่างเฉยๆ(นิโรธ)....จึงจะเข้าไปถึงได้

นิพพานพรหม โลกุตตรนิพพาน เมืองพระนิพพาน ไม่เหมือนกัน


นิพพานพรหม เป็นที่สุดแห่งจักรวาลโลก เป็นที่อยู่ของอรูปพรหม 4 ชั้น

เมืองพระนิพพานคงตั้งอยู่ในที่สุดของโลก คืออยู่ในนิพพานพรหม เหนือแดนอรูปพรหม

ส่วนนิพพานของพระพุทธเจ้า ซึ่งมีนามว่า โลกุตตรนิพพาน เป็น นิพพานที่สุดที่แล้ว

นิพพานของพระพุทธเจ้า ซึ่งมีนามว่า โลกุตตรนิพพาน เป็นนิพพานจิต อยู่เหนือจากเมืองพระนิพพาน ที่อยู่เหนือในแดนอรูปพรหม ไปอีก



อ้างอิงจากคิริมานนทสูตร ตอนนิพพานโลก ที่สุดแห่งโลก พุทธวจน (จากคำบอกเล่าของพระอานนท์)


"ดูกรอานนท์ นิพฺพานํ นครํ นาม อันชื่อว่าเมืองพระนิพพานย่อมตั้งอยู่ในที่สุดแห่งโลก โลกมีที่สุดเพียงใด พระนิพพานก็ตั้งอยู่ที่สุดเพียงนั้น พระนิพพานเป็นพระมหานครอันใหญ่ เป็นที่บรมสุข หาที่เปรียบมิได้

คำว่าที่สุดแห่งโลกนั้น จะถือเอาอากาศโลกหรือจักรวาลโลกเป็นประมาณนั้นมิได้

อากาศโลกและจักรวาลโลกนั้นมีที่สุดเบื้องต่ำก็เพียงใต้แผ่นดิน แผ่นดินนี้มีน้ำรอง ใต้น้ำนั้นมีลม ลมนั้นหนาได้ 9 แสน 4 หมื่นโยชน์ สำหรับรองรับน้ำไว้ ใต้ลมนั้นลงไปเป็นอากาศหาที่สุดมิได้ ที่สุดโลกเบื้องต่ำก็เพียงเท่านั้น

ที่สุดแห่งจักรวาลโลกเบื้องขวางนั้นมีอนันตจักรวาลเป็นเขต นอกอนันตจักรวาลออกไปก็เป็นอากาศว่างๆ อยู่ จึงว่าโดยขวางมีอนันตจักรวาลเป็นที่สุด

ที่สุดแห่งจักรวาลโลกเบื้องบนนั้นมีอรูปพรหมเป็นเขต เพราะอรูปพรหม 4 ชั้นนั้น พระพุทธเจ้าตรัสว่าเป็นนิพพานพรหมหรือนิพพานโลก นิพพานโลกนี้เป็นที่ไม่สิ้นสุด

นิพพานของพระพุทธเจ้า ซึ่งมีนามว่า โลกุตตรนิพพาน เป็น นิพพานที่สุดที่แล้ว

ต่ออรูปพรหม 4 ชั้นขึ้นไปก็เป็นแต่อากาศว่างๆ อยู่ จึงว่าที่สุดเบื้องบนเพียงอรูปพรหมเป็นที่สุดของโลก เมืองพระนิพพานคงตั้งอยู่ในที่สุดของโลกเหล่านั้น ดังนี้


พระพุทธเจ้าตรัสห้ามเสียว่า อย่าพึงเข้าใจอย่างนั้นเลย ที่ทั้งหลายเหล่านั้น ใครๆ ก็ไม่สามารถจะไปถึงด้วยกำลังกายหรือด้วยกำลังพาหนะมียานช้าง ยานม้าได้ อย่าเข้าใจว่าตั้งอยู่ในที่ใดที่หนึ่งเลย แต่ว่าพระนิพพานนั้นหากมีอยู่ในที่สุดของโลก เป็นของจริงไม่ต้องสงสัย

ให้ท่านทั้งหลายศึกษาให้เห็นโลกรู้โลกเสียให้ชัดเจน ก็จะเห็นพระนิพพาน พระนิพพานตั้งอยู่ในที่สุดแห่งโลกนั่นเอง..."

Edited by tuenum, 13 January 2012 - 12:30 AM.


#4 tuenum

tuenum

    กิ๊กไทยแวร์ ^^)

  • Silver Members
  • PipPipPipPip
  • 466 posts

Posted 14 January 2012 - 02:06 AM

naitiw: เราขอปฏิเสธ  เพราะ พระอรหันต์ คือ ผู้ไม่มีเชื้อเกิดแล้ว


พระอรหันต์ คือ ผู้ไม่มีเชื้อเกิดแล้ว  = ถูกต้อง  แต่ของเดิมมันมีอยู่แล้วนะ เป็นนิพพานธาตุ

พระพุทธเจ้าตรัสว่า  จิตทุกจิตเคยเป็นจิตปภัสสร (นิพพานจีต) จิตปภัสสรก็ต้องมีอายตนะภายใน(ธรรรมกาย-กายธรรม) และอายตนะภายนอก-คือเมืองนิพพานอยู่ เช่นเดียวกับจิตสังขารที่มีกิเลสเจอปน ยังต้องมีอายตนะภายใน(ขันธ์ 5 และกายทิพย์ต่างๆของเปรต เทพ พรหม และนรก สวรรค์ พรหมโลก อยู่)

นิพพานคือ นิพพานของจิตแต่ละดวงที่ว่างบริสุทธิ์  เข้าไปรวมกับความว่างบริสุทธิ์ของจักรวาลเดิม ที่ไม่มีอะไรทั้งสิ้น  ไม่มีแม้แต่กาลเวลา    นิพพานเป็นจิต และเป็นคนละตัวกับอายตนะนิพพาน(นิพพานธาตุ)

ส่วนคุณจะปฎิเสทหรือยอมรับก็เป็นสิทธิส่วนตัวของคุณ

อายตนะนิพพาน อยู่ฝั่งโน้น  ขันธ์ 5 และพวกกายทิพย์ของทุกจิตใน สังสารวัฏฏ์อยู่ฝั่งนี้

กายธรรม+พุทธเกษตรของพระพุทธเจ้าต่างๆ อยู่ฝั่งโน้น   เมืองและพวกติดกิเลสอวิชชาในโลก อยู่ฝั่งนี้

กาย+จิตบริสุทธิ์ที่สุด(จิตปภัสสร)อยู่ฝั่งโน้น   กาย+จิตไม่บริสุทธิ์ อยู่ฝั่งนี้

กาย+จิตบริสุทธิ์ ที่เป็นอมตะ ไม่มีทุกข์ อยู่ฝั่งโน้น   กาย+จิตไม่บริสุทธิ์ ที่เป็นไม่อมตะ มีทุกข์ อยู่ฝั่งนี้

นิพพานเป็นจิต เป็นพุทธภาวะเริ่มต้น ชี้ให้ดูไม่ได้  ขี้ได้แต่ธรรมกายหรืออายตนะนิพพานเท่านั้น




2 user(s) are reading this topic

0 members, 2 guests, 0 anonymous users

ประกาศ ! : ข้อความที่ถูกพิมพ์ หรือเผยแพร่ออกจากเว็บบอร์ด Thaiware Community Board แห่งนี้ ถือเป็น ความคิดเห็นส่วนบุคคลทั้งสิ้น ซึ่งทางเว็บไซต์ Thaiware.com จะ ไม่รับผิดชอบ ต่อสิ่งที่เกิดขึ้น อันเป็นเหตุมาจากการพิมพ์จากทางผู้ใช้ และสมาชิก แต่อย่างไรก็ตามถ้าหาก ท่านใดพบ ข้อความที่เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม ได้ถูกเผยแพร่ลงในเว็บไซต์ อาทิเช่น คำพูดที่ลบหลู่ ดูหมิ่นต่อ ความมั่นคงของชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย์ รวมไปถึงการเผยแพร่รูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ สิ่งผิดกฏหมายต่างๆ กรุณาแจ้ง ทางทีมงาน มาได้ที่ webmaster@thaiware.com หรือ โทรศัพท์มาแจ้งได้ที่ 0-2635-0744 (ทุกวัน จันทร์ - ศุกร์ เวลา 9.30 - 17.30 น.) ซึ่งเราจะรีบดำเนินการลบโดยเร็วที่สุด ...